เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น



ข่าว: SMF - Just Installed!




เชียร์บอล

กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: [1] 2 3 ... 10
1

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อาจมีโอกาสสำคัญในตลาดนักเตะช่วงซัมเมอร์นี้ หลังสถานการณ์ภายในเรอัล มาดริดกำลังปั่นป่วน และชื่อของ ออเรเลียง ชูอาเมนี่ ถูกมองว่าอาจกลายเป็นทางออกหากทีมดังสเปนต้องปรับสมดุลในห้องแต่งตัว ตามรายงานของ Manchester Evening News

บรรยากาศฝั่งยูไนเต็ดเวลานี้ถือว่านิ่งขึ้นอย่างชัดเจนภายใต้ ไมเคิล คาร์ริค หลังช่วงต้นฤดูกาลเต็มไปด้วยประเด็นจากยุคของ รูเบน อโมริม โดยคาร์ริคเพิ่งตัดสินใจส่ง ค็อบบี้ ไมนู กลับมาเป็นตัวจริงอีกครั้ง ขณะที่ดาวรุ่งรายนี้แสดงความชัดเจนกับสโมสรด้วยการตกลงสัญญาใหม่แล้ว

แม้อนาคตของคาร์ริคเองยังไม่แน่นอน แต่เจ้าตัวยืนยันว่าเขายังใจเย็นกับสถานการณ์ โดยกล่าวว่า “มันจะถูกจัดการ เมื่อถึงเวลาที่มันจะถูกจัดการ”

ในจังหวะที่ยูไนเต็ดเริ่มนิ่ง เรอัล มาดริดกลับเผชิญความวุ่นวายทั้งในและนอกสนาม มีรายงานว่ามีคำร้องให้ขาย คีลิยัน เอ็มบัปเป้ ที่ได้รับลายเซ็นหลายล้านชื่อ ขณะที่ เฟเดริโก้ บัลเบร์เด้ เพิ่งถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลหลังเกิดปัญหากับเพื่อนร่วมทีมอย่าง ชูอาเมนี่

กองกลางของเรอัล มาดริดต้องพักราวสองสัปดาห์จากอาการ “บาดเจ็บทางศีรษะและสมอง” โดยบัลเบร์เด้ปฏิเสธว่าไม่ได้มีการทะเลาะวิวาทกับชูอาเมนี่ แต่ยอมรับว่าเกิด “ความเห็นไม่ตรงกัน” ก่อนอธิบายว่าเขา “เผลอไปกระแทกโต๊ะ ทำให้มีแผลเล็ก ๆ ที่หน้าผาก และต้องไปโรงพยาบาลตามขั้นตอนปกติ”

จากสถานการณ์ดังกล่าว เรอัล มาดริดอาจต้องรีเซ็ตทีม หากจำเป็นต้องขายกองกลางสักรายเพื่อรักษาความสงบ บัลเบร์เด้ถูกมองว่าแทบไม่มีทางย้ายออก เพราะเป็นผู้เล่นคนสำคัญและสวมปลอกแขนกัปตันทีมเป็นส่วนใหญ่ในฤดูกาลนี้ นั่นทำให้ชูอาเมนี่อาจเป็นคนที่ต้องเผชิญอนาคตไม่แน่นอน

ชูอาเมนี่อยู่ในเรดาร์ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดสำหรับซัมเมอร์นี้ เขามีประสบการณ์ในระดับสูง และในวัย 26 ปี ถูกมองว่ามีส่วนผสมที่เหมาะระหว่างความสดกับความเก๋า ขณะที่ฤดูกาลนี้เขายกระดับการจ่ายบอลสำคัญ และยังเป็นหนึ่งในนักเตะที่โดดเด่นที่สุดของโลกในเรื่องการชนะดวล

อีกปัจจัยที่ทำให้ดีลนี้น่าสนใจคือสัญญาของดาวเตะทีมชาติฝรั่งเศสเหลืออีกเพียงสองปี หากเรอัล มาดริดต้องการเปลี่ยนแปลงทีมครั้งใหญ่ ยูไนเต็ดอาจมีโอกาสคว้ากองกลางระดับโลกในราคาที่ต่ำกว่าปกติ

เมื่อ คาเซมิโร่ จะอำลาแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดหลังจบฤดูกาล การมองหาโอกาสที่คุ้มค่าจึงเป็นเรื่องสำคัญ และสถานการณ์ของชูอาเมนี่อาจกลายเป็นช่องทางที่ยูไนเต็ดไม่ควรมองข้าม.
2

อลัน เชียเรอร์ มองว่า อาร์เซน่อล มีโอกาสผ่านสองเกมสุดท้ายในพรีเมียร์ลีกได้แบบมั่นใจ โดยเฉพาะเกมบุกเยือน คริสตัล พาเลซ ในนัดปิดฤดูกาล ซึ่งเจ้าบ้านมีโปรแกรมชิงชนะเลิศ ยูโรปา คอนเฟอเรนซ์ ลีก กับ ราโย บาเยกาโน่ รออยู่เพียงไม่กี่วันหลังจากนั้น ตามรายงานจาก Manchester Evening News

สถานการณ์ลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกยังมีแนวโน้มต้องตัดสินกันถึงวันสุดท้าย หลัง อาร์เซน่อล เปิดบ้านชนะ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 1-0 แม้มีประเด็น VAR ช่วงท้ายเกม ขณะที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เพิ่งถล่ม เบรนท์ฟอร์ด 3-0 ทำให้ช่องว่างถูกลดเหลือสองแต้มชั่วคราว ก่อนที่ชัยชนะของทีมปืนใหญ่จะขยับหนีเป็นห้าแต้มอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ซิตี้ ยังมีเกมในมือกับ พาเลซ ในวันพุธที่ 13 พฤษภาคม และหากชนะจะไล่กลับมาเหลือสองแต้ม

โปรแกรมบนกระดาษของ อาร์เซน่อล ดูเบากว่า โดยจะเจอ เบิร์นลี่ย์ ในบ้าน ก่อนบุกเยือน พาเลซ ในนัดสุดท้าย ส่วน แมนฯ ซิตี้ ต้องออกไปเยือน บอร์นมัธ และปิดฤดูกาลด้วยการเปิดบ้านพบ แอสตัน วิลล่า

เชียเรอร์กล่าวในพอดแคสต์ The Rest is Football ว่า อาร์เซน่อลควรมั่นใจอย่างยิ่งกับสถานการณ์นี้ โดยเฉพาะเมื่อ พาเลซ มีนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลยุโรปครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสรรออยู่ในวันที่ 27 พฤษภาคม

“พวกเขาต้องมั่นใจอยู่แล้ว ผมหมายถึง เบิร์นลี่ย์ในบ้าน และพาเลซนอกบ้าน พาเลซจะส่งทีมสำรองลงเล่น และนั่นก็เป็นสิทธิ์ของพวกเขา เพราะพวกเขาสมควรมีสิทธิ์ทำแบบนั้น”

“มันคือสโมสรของพวกเขา และพวกเขามีเป้าหมายที่ต้องปกป้องตัวเองในแง่ของการคว้าแชมป์ของพวกเขา ดังนั้นพวกเขามีสิทธิ์ส่งทีมแบบไหนลงก็ได้ เพราะฉะนั้นใช่ พวกเขาต้องมั่นใจสุด ๆ ไม่ใช่หรือ”

ด้าน ไมกาห์ ริชาร์ดส์ ซึ่งยังเชียร์ แมนฯ ซิตี้ ให้คว้าแชมป์ แย้งว่าเกมแบบนี้ไม่ได้ง่ายเสมอไป พร้อมยกตัวอย่างเกมกับ คิวพีอาร์ ที่ ซิตี้ เคยเจองานหนัก

“แต่มันไม่ใช่แบบนั้น บนกระดาษใช่ แต่ดูเกมคิวพีอาร์กับแมนฯ ซิตี้สิ คุณคิดว่ามันจะเป็นเกมง่าย แต่มันไม่ใช่”

“ผมแค่รู้สึกว่า ใช่ พวกเขาน่าจะทำได้ตอนนี้ และพวกเขาต้องมั่นใจมาก ผมเห็นด้วยเต็มที่ แต่พาเลซ เขาจะส่งชุดสองลงก็จริง แต่เป็นนักเตะที่มีอะไรให้พิสูจน์ด้วย และบางครั้งเกมแบบนั้นอาจเป็นเกมที่ยากที่สุด”

อาร์เซน่อลยังมีลุ้นสองแชมป์ใหญ่ในฤดูกาลนี้ โดยนอกจากพรีเมียร์ลีกแล้ว พวกเขายังมีคิวเล่นรอบชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก กับแชมป์เก่า ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ในวันที่ 30 พฤษภาคม

หลังเกมชนะ เวสต์แฮม มิเกล อาร์เตต้า กล่าวถึงลูกทีมว่า “พวกเขายอดเยี่ยมมาก ความกล้าหาญ ความมุ่งมั่น และคุณภาพที่พวกเขาแสดงออกมาตลอดทั้งสัปดาห์ มีเดิมพันมากมายกับทุกสิ่งที่เราทำมาตลอด 10 เดือน และตอนนี้คือช่วงเวลาที่สำคัญ”

“ความสวยงามของมันคือเราไม่ได้ทำสิ่งนี้เพียงลำพัง เราทำร่วมกับแฟนบอลของเรา และพวกเขายอดเยี่ยม เหลือเชื่อมาก คุณเห็นได้เลยว่าพวกเขาทำอะไรในสนามแห่งนี้อีกครั้ง ดังนั้นขอบคุณมากจริง ๆ มันให้ความรู้สึกเหมือนเป็นช่วงเวลาสำคัญ”
3

บรูโน่ แฟร์นันด์ส กัปตันทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมาแสดงความยินดีกับ มาร์คัส แรชฟอร์ด หลังแนวรุกที่ถูกปล่อยยืมไปบาร์เซโลนา คว้าแชมป์ลาลีกาได้เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ตามรายงานของ Manchester Evening News

แรชฟอร์ดเป็นคนยิงประตูขึ้นนำจากฟรีคิกสุดสวยในเกมที่บาร์เซโลนาเอาชนะเรอัล มาดริด คู่ปรับสำคัญ 2-0 พร้อมช่วยให้ทีมคาตาลันป้องกันแชมป์ลีกสูงสุดสเปนได้สำเร็จ ก่อนที่เจ้าตัวจะยอมรับหลังเกมว่าอยากย้ายไปอยู่กับบาร์ซ่าแบบถาวร

ในสัญญายืมตัวของแรชฟอร์ดมีเงื่อนไขซื้อขาดจากแมนฯ ยูไนเต็ดมูลค่า 26 ล้านปอนด์ โดยบาร์เซโลนามีเวลาถึงวันที่ 15 มิถุนายนในการใช้ออปชั่นดังกล่าว อย่างไรก็ตาม มีสัญญาณจากสเปนว่าบาร์ซ่าอาจไม่ต้องการจ่ายค่าตัวตามที่ตกลงไว้ และอาจพยายามเจรจาใหม่ ขณะที่ยูไนเต็ดไม่มีแผนดึงเด็กปั้นของสโมสรกลับเข้าสู่ทีมชุดใหญ่ ทำให้อนาคตของเขายังไม่แน่นอน

ถึงอย่างนั้น แรชฟอร์ดยังมีคนที่โอลด์ แทรฟฟอร์ดให้กำลังใจอยู่ไม่น้อย โดยบรูโน่โพสต์ข้อความผ่านอินสตาแกรมสตอรี่ว่า “ยินดีด้วยนะพี่น้อง นายสมควรได้รับมัน”

ด้าน ฮันซี่ ฟลิค กุนซือบาร์เซโลนา กล่าวถึงแรชฟอร์ดว่า “ผมมีความสุขมากกับมาร์คัส เขาแสดงให้เห็นถึงคุณภาพของตัวเอง และเขายิงประตูสำคัญได้ ผมพูดอะไรเกี่ยวกับอนาคตของเขาไม่ได้ เราต้องโฟกัสกับการแข่งขันจนจบฤดูกาล”

ฤดูกาลนี้ แรชฟอร์ดยิงไปแล้ว 14 ประตู และทำอีก 14 แอสซิสต์ในทุกรายการให้บาร์เซโลนา พร้อมมีส่วนช่วยทีมคว้าแชมป์ลาลีกาและสแปนิช ซูเปอร์โกปา

หลังจบเกม แรชฟอร์ดกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า “มันดีมาก ผมมาที่นี่เพื่อคว้าแชมป์ ดังนั้นนี่คืออีกหนึ่งแชมป์ที่เพิ่มเข้ามา ผมอยากคว้าให้ได้มากที่สุดเท่าที่ทำได้”

เขาทิ้งท้ายถึงโอกาสอยู่กับบาร์เซโลนาต่อว่า “ทีมนี้เป็นทีมที่ยอดเยี่ยม พวกเขาจะคว้าแชมป์ได้อีกมากในอนาคต การได้เป็นส่วนหนึ่งของสิ่งนั้นคงพิเศษมาก ดังนั้นเราต้องรอดูกัน”
4

ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ เปิดบ้านเจอกับ ลีดส์ ยูไนเต็ด ในเกมพรีเมียร์ลีกที่มีความหมายอย่างยิ่งต่อการหนีตกชั้นของเจ้าถิ่น โดยรายงานจาก The Guardian Sport ระบุว่า ครึ่งแรกสเปอร์สครองบอลมากกว่า 61.7% และมีโอกาสยิง 10 จากทั้งหมด 13 ครั้งของเกม แต่ยังเปลี่ยนความเหนือกว่าเป็นประตูไม่ได้

สถานการณ์ก่อนเกมกดดันสเปอร์สอย่างหนัก หลังอาร์เซนอลชนะเวสต์แฮม ทำให้ลีดส์การันตีอยู่รอดในลีกสูงสุดแล้ว ขณะที่สเปอร์สยังต้องลุ้นหนีตกชั้น โดยก่อนลงสนามพวกเขามีแต้มมากกว่าเวสต์แฮม 1 คะแนน และมีผลต่างประตูได้เสียดีกว่า รวมถึงแข่งน้อยกว่า 1 นัด

โรแบร์โต เด แซร์บี ส่ง 11 ตัวจริงนำโดย อันโตนิน คินสกี้, เปโดร ปอร์โร, เควิน ดานโซ, มิคกี้ ฟาน เดอ เฟน, เดสตินี อูโดกี, ชูเอา ปาลินญา, โรดริโก เบนตานกูร์, ร็องดาล โคโล มูอานี, คอเนอร์ กัลลาเกอร์, มาธีส เทล และริชาร์ลิซอน ส่วนลีดส์ของดาเนียล ฟาร์เค่ ใช้ คาร์ล ดาร์โลว์, เจมส์ จัสติน, โจ โรดอน, ยาก้า บิโยล, ปาสกาล สเตราจ์ค, อีธาน อัมปาดู, อาโอะ ทานากะ, แดเนียล เจมส์, โดมินิก คัลเวิร์ต-ลูวิน และเบรนเดน อารอนสัน

เด แซร์บี กล่าวก่อนเกมว่า “เราเล่นได้ดีมากที่เบอร์มิงแฮม และผมคิดว่าแนวคิดทั้งหมดคือการใช้ 11 ตัวจริงชุดเดิม แต่ผมก็โชคดีที่บนม้านั่งสำรองมีนักเตะที่ดีเช่นกัน เราต้องลืมชัยชนะ 2 นัดที่ผ่านมา เราต้องเก็บไว้แค่สปิริตเดิมและสไตล์การเล่นเดิม เพราะเราต้องเล่นฟุตบอลหากต้องการชนะอีกครั้งคืนนี้”

กุนซือสเปอร์สยังย้ำว่า แม้ลีดส์จะรอดตกชั้นแล้ว แต่นั่นไม่ได้ทำให้งานง่ายขึ้น “ไม่มีอะไรเปลี่ยน โดยเฉพาะในพรีเมียร์ลีก คุณเห็นเบิร์นลีย์เจอกับวิลล่าเมื่อวาน ทุกเกมยากมาก หากต้องการชนะ เราต้องเล่นให้ดีที่สุด ต้องสู้ ต้องวิ่ง ต้องทำงาน และเล่นตามคุณภาพของเรา”

ด้านเควิน ดานโซ ระบุว่า “การชนะย่อมดีต่อทีมเสมอ วันนี้เราต้องการสิ่งเดียวกับที่เราแสดงให้เห็นใน 2 เกมที่ผ่านมา และถ้าเราทำต่อไปได้ เราก็สามารถเก็บ 3 คะแนนได้”

ครึ่งแรกสเปอร์สเริ่มต้นด้วยการครองบอลต่อเนื่อง แต่ยังขาดความเฉียบคม จังหวะสำคัญที่สุดมาจากชูเอา ปาลินญา ที่ได้โอกาสในเขตโทษหลังบอลเปิดของมาธีส เทล แต่ยิงข้ามคานจากระยะประมาณ 8 หลา ขณะที่ริชาร์ลิซอนก็มีจังหวะยิงใกล้กรอบแต่เบาเกินไปและตรงตัวดาร์โลว์

ลีดส์เองมีโอกาสให้สเปอร์สต้องหวาดเสียวเช่นกัน โดยโจ โรดอนได้โหม่งจากลูกเตะมุม บอลกำลังจะมุดเข้าเสาแรก แต่อันโตนิน คินสกี้ยังปัดออกมาได้สำเร็จ นับเป็นอีกจังหวะสำคัญของผู้รักษาประตูชาวเช็ก ซึ่งกำลังเรียกความมั่นใจกลับมาหลังผ่านช่วงเวลายากลำบากจากเกมกับแอตเลติโก มาดริด ในแชมเปียนส์ลีก

ช่วงทดเจ็บครึ่งแรก ลีดส์เกือบได้จุดโทษเมื่อคัลเวิร์ต-ลูวินหลุดเข้าไปและดูเหมือนถูกอูโดกีดึงล้ม แต่ผู้ช่วยผู้ตัดสินยกธงล้ำหน้า ก่อนที่ VAR จะยืนยันคำตัดสินเดิมแบบเฉียดฉิว ทำให้จบครึ่งแรกสเปอร์สยังต้องหาคุณภาพในจังหวะสุดท้ายต่อไป หากต้องการชัยชนะที่อาจมีความหมายอย่างยิ่งต่อการอยู่รอดในพรีเมียร์ลีก.
5

ประเด็นเดือดในคอลัมน์ Mailbox ของ Football365 เมื่อแฟนบอลรายหนึ่งออกมาวิจารณ์ มิเกล อาร์เตต้า อย่างหนัก โดยมองว่า บูกาโย่ ซาก้า ปีกตัวเก่งของอาร์เซน่อล อาจก้าวไปถึงระดับคว้าบัลลงดอร์แล้ว หากได้อยู่ภายใต้การคุมทีมของ หลุยส์ เอ็นริเก้ แทนที่จะเป็นกุนซือชาวสเปนคนปัจจุบันของ “ปืนใหญ่”

ความเห็นดังกล่าวโจมตีสไตล์การเล่นของอาร์เซน่อลว่า “สุดโต่ง” และเต็มไปด้วยฟุตบอลที่น่าเบื่อ พร้อมระบุว่า ผู้จัดการทีมระดับท็อปในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาอย่าง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า, หลุยส์ เอ็นริเก้ และ คาร์โล อันเชล็อตติ ต่างขึ้นชื่อเรื่องฟุตบอลเกมรุกที่กล้าเสี่ยงและเดินหน้าเล่นอย่างก้าวหน้า รวมถึงยก เจอร์เก้น คล็อปป์ เป็นอีกตัวอย่างของกุนซือที่ประสบความสำเร็จด้วยแนวทางบุกสนุก

แฟนบอลรายนี้เขียนอย่างเผ็ดร้อนว่า “ถ้าซาก้าอยู่กับหลุยส์ เอ็นริเก้ เขาคงได้บัลลงดอร์ไปแล้ว เพราะเอ็นริเก้เปลี่ยนเดมเบเล่ ซึ่งเคยเป็นส่วนเกินของบาร์เซโลน่า ให้กลายเป็นผู้เล่นทรงพลัง และซาก้ามีพรสวรรค์ไม่แพ้เดมเบเล่ หรืออาจมากกว่าด้วยซ้ำ”

เขายังกล่าวต่อว่า อาร์เตต้า “ไม่สามารถพัฒนาผู้เล่นเกมรุกคนไหนได้” และตำหนิแฟนอาร์เซน่อลบางส่วนที่พยายามอธิบายว่าฟุตบอลที่เน้นความรัดกุมและแข็งแกร่งคือ “ทางเดียวที่จะชนะ” ทั้งที่ในมุมของเขา กุนซือระดับแชมป์หลายคนพิสูจน์แล้วว่าสามารถประสบความสำเร็จด้วยฟุตบอลเกมรุกได้

อย่างไรก็ตาม ในคอลัมน์เดียวกันก็มีเสียงจากแฟนอาร์เซน่อลอีกฝั่งที่มองว่าแฟนทีมอื่นและกูรูจำนวนมาก “หมกมุ่น” กับอาร์เซน่อลมากเกินไป โดยระบุว่าแฟนปืนใหญ่จำนวนไม่น้อยไม่ได้มั่นใจเกินเหตุ แต่กลับเต็มไปด้วยความกังวลจากบาดแผลในอดีต พร้อมชี้ว่าการคอยจับผิดการฉลองของอาร์เซน่อลกำลังกลายเป็นเรื่องน่ารำคาญเสียเอง

อีกหนึ่งความเห็นยังสะท้อนประเด็นใหญ่ของฟุตบอลยุคนี้ว่า แฟนบอลแบ่งออกเป็นสองกลุ่มชัดเจน ระหว่างคนที่เชื่อว่า “ผลการแข่งขันสำคัญที่สุด” กับคนที่ตั้งคำถามว่า “ใครอยากชนะด้วยวิธีแบบนั้น” โดยย้ำว่าสำหรับบางคน ความพ่ายแพ้ที่งดงามยังดีกว่าความสำเร็จที่น่าเกลียด ซึ่งทำให้ประเด็นเรื่องอาร์เซน่อลของอาร์เตต้ายังคงเป็นบทถกเถียงที่ไม่มีทีท่าว่าจะจบง่าย ๆ.
6

Manchester Evening News รายงานว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยังรักษาความหวังในการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกเอาไว้ได้ หลังเปิดบ้านชนะ เบรนท์ฟอร์ด 3-0 จากประตูของ เฌเรมี โดกู, เออร์ลิง ฮาลันด์ และ โอมาร์ มาร์มูช ทำให้ทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอลา ไล่จี้ อาร์เซนอล เหลือ 2 คะแนน ก่อนที่ “ปืนใหญ่” จะลงเล่นกับ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด

แม้ซิตี้จะเก็บชัยชนะสำคัญได้ แต่เส้นทางที่เหลือยังไม่ง่าย เพราะพวกเขายังมีอีก 9 คะแนนให้ลุ้นในลีก โดยคิวต่อไปคือการเปิดเอติฮัด สเตเดียม พบ คริสตัล พาเลซ ในวันพุธที่ 13 พฤษภาคม จากนั้นต้องเล่นเอฟเอ คัพ นัดชิงชนะเลิศกับ เชลซี ที่เวมบลีย์ วันเสาร์ที่ 16 พฤษภาคม ก่อนบุกเยือน บอร์นมัธ วันอังคารที่ 19 พฤษภาคม และปิดฤดูกาลกับ แอสตัน วิลลา วันอาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคม

ฝั่งอาร์เซนอลยังถือไพ่เหนือกว่าในเส้นทางลุ้นแชมป์ โดยมีโปรแกรมเยือน เวสต์แฮม วันอาทิตย์ที่ 10 พฤษภาคม ต่อด้วยเปิดบ้านพบ เบิร์นลีย์ วันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม และปิดฤดูกาลด้วยการไปเยือน คริสตัล พาเลซ วันอาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคม ก่อนมีคิวชิงยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก กับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ที่ปุสกัส อารีนา วันเสาร์ที่ 30 พฤษภาคม

ประเด็นสำคัญอยู่ที่เกมสุดท้ายของอาร์เซนอลกับพาเลซ เพราะทีมของ โอลิเวอร์ กลาสเนอร์ มีคิวชิงยูโรปา คอนเฟอเรนซ์ ลีก กับ ราโย บาเยกาโน เพียง 3 วันหลังจากนั้น ทำให้เกิดคำถามว่าเขาอาจพักผู้เล่นตัวหลักหรือไม่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการลุ้นแชมป์ระหว่างอาร์เซนอลกับซิตี้

เมื่อถูกถามถึงเรื่องดังกล่าวก่อนเกมกับ เอฟเวอร์ตัน กลาสเนอร์ ตอบชัดเจนว่า “พูดตามตรง ถ้ามีใครวิจารณ์ผม ขอโทษนะ ถ้าผมพูดแบบนี้ได้ มันเป็นเรื่องไร้สาระ”

เขากล่าวต่อว่า “มันเป็นแค่เกมสุดท้าย แต่ก่อนหน้านั้นมีการแข่งขันมาแล้ว 37 นัด นั่นหมายความว่าถ้าทีมอื่นในนัดที่ 25 หมุนเวียนผู้เล่นตอนเจอซิตี้หรืออาร์เซนอล พวกเขาก็ส่งผลต่อการลุ้นแชมป์เหมือนกัน”

“ผมไม่ได้รับผิดชอบต่ออาร์เซนอล ผมไม่ได้รับผิดชอบต่อแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ผมรับผิดชอบต่อคริสตัล พาเลซ และผมได้รับค่าจ้างเพื่อทำสิ่งที่ดีที่สุดให้คริสตัล พาเลซ ไม่ใช่เพื่อซิตี้ และไม่ใช่เพื่ออาร์เซนอล”

กลาสเนอร์ยังย้ำว่าเขายังไม่ได้ตัดสินใจเรื่องทีมชุดที่จะใช้ในเกมดังกล่าว โดยระบุว่า “อีกครั้งนะ ผมยังไม่รู้ว่าเราจะทำอะไร บางทีเราอาจใช้ไลน์อัพเดียวกับที่จะเล่นกับบาเยกาโนก็ได้ แต่ถึงแม้มันอาจรู้สึกเหมือนแชมป์ลีกถูกตัดสินในวันสุดท้าย ท้ายที่สุดแล้วมันคือผลลัพธ์ของการแข่งขัน 38 นัด และทุกทีมก็ได้ในสิ่งที่สมควรได้รับ”

สถานการณ์จึงยังเปิดกว้างสำหรับทั้งซิตี้และอาร์เซนอล แต่ข้อความจากกลาสเนอร์ชัดเจนว่า พาเลซจะตัดสินใจเพื่อผลประโยชน์ของตัวเองเท่านั้น ไม่ใช่เพื่อกำหนดชะตาแชมป์ให้ใคร.
7

Sky Sports Football วิเคราะห์บรรยากาศที่แอนฟิลด์หลังเกมลิเวอร์พูลเสมอเชลซี 1-1 ว่าเป็นวันที่แปลกสำหรับสนามที่ขึ้นชื่อเรื่องแรงหนุนอันเหนียวแน่นของแฟนบอลเจ้าถิ่น เพราะตลอดเกมมีสัญญาณความไม่พอใจชัดเจน โดยเฉพาะตั้งแต่กลางครึ่งแรก เมื่อเชลซีเริ่มครองบอลได้มากขึ้น ขณะที่การเพรสซิ่งของลิเวอร์พูลแทบไม่ปรากฏ

ไรอัน กราเฟนแบร์ก มองหลังเกมว่าเสียงไม่พอใจจากแฟนบอลอาจไม่เป็นประโยชน์กับทีม แต่ในอีกมุมหนึ่ง กองเชียร์ก็อาจโต้ได้ว่าพวกเขามองเห็นแล้วว่าความเชื่องช้าของทีมกำลังจะถูกลงโทษ และสุดท้ายก็เกิดขึ้นจริงจากประตูตีเสมอของเชลซี

อารมณ์ในสนามยิ่งตึงขึ้นในครึ่งหลัง โดยเฉพาะจังหวะที่ดาวรุ่งขวัญใจแฟนบอลอย่าง ริโอ งูโมฮา ถูกถอดออกเพื่อส่ง อเล็กซานเดอร์ อิซัค ลงสนาม แม้อาร์เน่ สล็อต อาจไม่ได้มองว่านี่เป็นการเปลี่ยนตัวที่น่าถกเถียง แต่ปฏิกิริยาจากอัฒจันทร์สะท้อนชัดว่าความรู้สึกของแฟนบอลเริ่มเปลี่ยนไป

หลังจบเกมยังมีเสียงโห่ตามมาอีกครั้ง ลิเวอร์พูลและฝ่ายบริหารคงหวังให้ฤดูกาลนี้จบลงด้วยการการันตีพื้นที่แชมเปี้ยนส์ลีก ก่อนเดินหน้าสร้างทีมต่อในซีซั่นหน้า แต่คำถามคือสิ่งนั้นจะเป็นไปได้แค่ไหน หากบรรยากาศไม่พอใจยังลากยาวเข้าสู่ฤดูกาลใหม่

ประเด็นสำคัญคือ ลิเวอร์พูลไม่ได้ดูดีขึ้น และสิ่งที่สล็อตทำอยู่ยังไม่แสดงให้เห็นว่าเขามีคำตอบต่อปัญหาเดิม ๆ ของทีม เชลซีโจมตีพื้นที่ว่างฝั่งแบ็กขวาได้ตลอดเกม แฟนบอลเห็นปัญหานั้น แต่ทีมก็ยังปล่อยให้มันเกิดซ้ำ

การประคองตัวไปจนถึงช่วงซัมเมอร์ดูเหมือนเป็นแผนหลักในตอนนี้ แต่เมื่อกุนซือชาวดัตช์ส่งสัญญาณถึงอีกหนึ่งฤดูกาลแห่งการเปลี่ยนผ่าน ความหงุดหงิดของแฟนบอลก็ยิ่งเพิ่มขึ้น ยิ่งสล็อตอยู่ในตำแหน่งนานเท่าไร สิ่งที่แฟนลิเวอร์พูลเห็นก็ยิ่งทำให้พวกเขาพอใจน้อยลงเท่านั้น.
8

ซันเดอร์แลนด์พลาดโอกาสคว้าชัยชนะเหนือแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แบบน่าเสียดาย หลังเซนเน่ ลัมเมนส์ ผู้รักษาประตูทีมเยือน โชว์ฟอร์มสำคัญช่วยเซฟหลายครั้ง พร้อมมีเสาประตูช่วยอีกจังหวะ ทำให้เกมที่สเตเดียม ออฟ ไลท์ จบลงโดยเจ้าถิ่นไม่สามารถเก็บชัยชนะที่ต้องการได้ ตามรายงานของ BBC Sport

ทีมของเรจิส เลอ บริส มีโอกาสทองตั้งแต่ช่วงต้นเกม เมื่อโนอาห์ ซาดิกี หลุดเดี่ยวเข้าไปลุ้นประตู แต่ลัมเมนส์ออกมาปิดมุมและเซฟไว้ได้ จากนั้นนายด่านชาวเบลเยียมยังพุ่งออกมาขวางไบรอัน บร็อบบีย์ ก่อนจะเซฟลูกยิงของกองหน้าดัตช์รายนี้อีกครั้งในครึ่งหลัง

ช่วงท้ายเกม ซันเดอร์แลนด์เกือบได้ประตูชัยเมื่อบร็อบบีย์จ่ายให้ลุตชาเรล เกียร์ทรุยดา ยิงจากบริเวณหน้าเขตโทษ แต่บอลไปชนโคนเสาอย่างจัง ทำให้เจ้าถิ่นต้องผิดหวังอีกครั้ง

ซันเดอร์แลนด์ยังมีจังหวะน่ากังขาในครึ่งแรก เมื่ออาหมัด ดิยัลโล อดีตแข้งยืมตัวของพวกเขา ถูกมองว่าบอลอาจไปโดนมือในเขตโทษของทีมเยือน แต่ผู้ตัดสินสจวร์ต แอตต์เวลล์ให้เล่นต่อ และ VAR โดยปีเตอร์ แบงค์ส ยืนยันการตัดสินเดิม

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เกมนี้เปลี่ยนผู้เล่นถึง 5 ตำแหน่งจากชุดที่เอาชนะลิเวอร์พูลเมื่อสัปดาห์ก่อน และดูขาดจังหวะคุมเกมอย่างชัดเจนเมื่อไม่มีคาเซมิโรอยู่ในแดนกลาง ทีมเยือนแทบไม่สามารถตั้งเกมกดดันเจ้าบ้านได้ และต้องรอจนช่วงทดเวลาบาดเจ็บกว่าจะมีจังหวะให้โรบิน โรฟส์ ต้องออกแรงเซฟจากลูกยิงของมาเธอุส คุนญา

การขาดคาเซมิโรกลายเป็นประเด็นสำคัญ เพราะรายงานระบุว่าเงื่อนไขจำนวนการลงสนามที่จะทำให้สัญญาของเขาขยายออกไปอีกหนึ่งปีจะไม่ถูกใช้งาน แม้จะมีการตกลงร่วมกันให้ถอดเงื่อนไขดังกล่าวออกไปแล้วก็ตาม และกองกลางบราซิลจะอำลาทีมหลังจบฤดูกาล

ยูไนเต็ดถูกมองว่าต้องให้ความสำคัญกับการเสริมแดนกลางในช่วงซัมเมอร์ โดยเกมนี้สะท้อนชัดว่าทีมยังขาดนักเตะที่อ่านเกม จับจังหวะอันตราย และควบคุมการไหลของเกมได้แบบคาเซมิโร ขณะที่ความสร้างสรรค์ในเกมรุกก็ดูจำกัดเมื่อบรูโน่ แฟร์นันด์ส ไม่อยู่ในฟอร์มที่ดีที่สุด

สำหรับซันเดอร์แลนด์ ชัยชนะในเกมนี้จะเป็นเพียงครั้งที่ 4 จาก 34 เกมหลังสุดในพรีเมียร์ลีกที่พวกเขาพบแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่แม้ไม่ได้สามแต้ม อย่างน้อยเจ้าถิ่นก็หลีกเลี่ยงความพ่ายแพ้นัดที่ 25 ในช่วงดังกล่าวได้สำเร็จ ท่ามกลางความรู้สึกว่าเกมนี้พวกเขาคู่ควรมากกว่าผลการแข่งขันที่ได้รับ.
9

The Mirror รายงานว่า บาเยิร์น มิวนิค เปิดการเจรจากับ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด เพื่อหารือถึงความเป็นไปได้ในการคว้าตัว แอนโธนี่ กอร์ดอน ด้วยค่าตัวที่อาจแตะ 75 ล้านปอนด์ ในช่วงตลาดนักเตะซัมเมอร์นี้

นิวคาสเซิลพร้อมรับฟังข้อเสนอสำหรับปีกทีมชาติอังกฤษวัย 25 ปี ขณะที่ตัวนักเตะเองต้องการพิจารณาทางเลือกของตัวเอง และอยากให้อนาคตชัดเจนก่อนฟุตบอลโลก ซึ่งจะเริ่มขึ้นในเดือนมิถุนายน

อาร์เซน่อลให้ความสนใจ กอร์ดอน มาอย่างยาวนาน แต่เป็น บาเยิร์น ที่ขยับก่อน โดย Sky Sports ระบุว่า นิวคาสเซิลกำลังอยู่ระหว่างการพูดคุยกับทีมยักษ์ใหญ่จากเยอรมนี ซึ่งเพิ่งคว้าแชมป์บุนเดสลีกาเมื่อเดือนที่แล้ว และยังมีลุ้นดับเบิลแชมป์ภายในประเทศ นอกจากนี้ บาเยิร์นยังมีความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้บริหารในถิ่นเซนต์ เจมส์ พาร์ค ซึ่งอาจช่วยให้การเจรจาราบรื่นขึ้น

รายงานยังระบุว่า ซานโดร โตนาลี และ ติโน่ ลิฟราเมนโต้ สองเพื่อนร่วมทีมของ กอร์ดอน ก็อาจย้ายออกจาก นิวคาสเซิล ในซัมเมอร์นี้เช่นกัน โดย โตนาลี เคยตกเป็นข่าวเชื่อมโยงกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า นิวคาสเซิลตั้งค่าตัว กอร์ดอน ไว้ที่ 75 ล้านปอนด์ ขณะที่ บาเยิร์นมองตัวเลขไว้ราว 55 ล้านปอนด์ โดยทีมสาลิกาดงเคยปฏิเสธความสนใจจาก ลิเวอร์พูล เมื่อปี 2024 ก่อนมอบสัญญาระยะยาวให้ปีกรายนี้จนถึงปี 2030

ด้าน เอ็ดดี้ ฮาว เคยย้ำชัดว่าเขาต้องการใช้งานเฉพาะนักเตะที่ทุ่มเทให้สโมสรเต็มที่เท่านั้น หลังเกมที่ นิวคาสเซิล แพ้ บอร์นมัธ 1-2 ในบ้านเมื่อเดือนเมษายน

“ผมคุยกับนักเตะตลอดเวลา” ฮาวกล่าว “ผมไม่ได้จำเป็นต้องพูดถึงข่าวลือเรื่องการย้ายทีม เว้นแต่ว่าผมรู้สึกว่ามันมาถึงจุดที่ต้องคุย หลังจากที่ผมคุยกับ ซานโดร สิ่งสำคัญที่สุดที่ผมมองหาคือความมุ่งมั่นในการซ้อม เพราะถ้าผมเห็นสิ่งนั้น นักเตะก็จะทำผลงานได้”

“มันจะเหมือนกันกับ แอนโธนี่ และนักเตะทุกคน สิ่งหนึ่งที่ผมจะไม่ทำคือส่งนักเตะคนไหนลงเล่น หากผมไม่รู้สึกว่าเขาทุ่มเทให้สโมสรและอนาคตของสโมสร 100 เปอร์เซ็นต์ ผมไม่ได้พูดถึง แอนโธนี่ โดยเฉพาะ แต่ผมพูดถึงทุกคน”

แม้ กอร์ดอน จะมีฤดูกาลในพรีเมียร์ลีกที่ขึ้น ๆ ลง ๆ แต่ในแชมเปี้ยนส์ลีกซีซั่นนี้ มีเพียง แฮร์รี่ เคน และ คีเลียน เอ็มบัปเป้ เท่านั้นที่ยิงได้มากกว่าเขา หลังเจ้าตัวทำไป 10 ประตู แม้ นิวคาสเซิล จะตกรอบ 16 ทีมสุดท้ายด้วยการแพ้ บาร์เซโลน่า สกอร์รวม 3-8

กอร์ดอนถูกคาดหมายว่าจะมีชื่อติดทีมชาติอังกฤษไปฟุตบอลโลก หลังสร้างสถานะเป็นหนึ่งในแข้งคนโปรดของ โธมัส ทูเคิล และอาจมีลุ้นออกสตาร์ทในเกมเปิดสนามที่ทัพสิงโตคำรามจะพบ โครเอเชีย วันที่ 17 มิถุนายนนี้ด้วย
10

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เตรียมแถลงข่าวช่วงบ่ายวันนี้ ก่อนพาแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดบ้านพบเบรนท์ฟอร์ดในศึกพรีเมียร์ลีกสุดสัปดาห์นี้ ซึ่งกลายเป็นเกมที่ทีมแชมป์เก่าจำเป็นต้องชนะเพื่อรักษาความหวังลุ้นแชมป์ต่อไป ตามรายงานของ Manchester Evening News

สถานการณ์ของซิตี้ตึงเครียดขึ้นหลังทำได้เพียงบุกเสมอเอฟเวอร์ตัน 3-3 เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา แม้ได้สองประตูช่วงท้ายช่วยกู้แต้มกลับมา แต่ผลดังกล่าวทำให้ทีมของกวาร์ดิโอล่าตามหลังอาร์เซน่อล 5 คะแนน โดยยังมีเกมในมือกับคริสตัล พาเลซในวันพุธหน้า

เกมกับเบรนท์ฟอร์ดจึงเป็นโอกาสสำคัญในการลดช่องว่างเหลือ 2 คะแนน ก่อนที่อาร์เซน่อลจะออกไปเยือนเวสต์แฮมในวันอาทิตย์ หากซิตี้ชนะและอาร์เซน่อลพลาดแพ้ในสุดสัปดาห์นี้ เส้นทางลุ้นแชมป์จะกลับมาอยู่ในมือของทีมเรือใบสีฟ้าอีกครั้ง

ประเด็นสำคัญในการแถลงข่าวจะอยู่ที่สภาพทีม โดยรูเบน ดิอาสถูกพบว่ากลับมาลงซ้อมในสัปดาห์นี้ ทำให้มีลุ้นคืนทีมในเกมดังกล่าว ขณะที่โรดรี้ก็อาจกลับมาช่วยทีมได้เช่นกัน ส่วนยอสโก้ กวาร์ดิโอลยังเป็นผู้เล่นที่ต้องพักระยะยาว และเกมนี้น่าจะมาเร็วเกินไปสำหรับเขา

นอกจากเรื่องในสนาม เกมนี้ยังมีความพิเศษเมื่อแมนเชสเตอร์ ซิตี้จะเปลี่ยนชื่อสนามเอติฮัด สเตเดี้ยม เป็น “The City in the Community Etihad Stadium” สำหรับเกมกับเบรนท์ฟอร์ด เพื่อยกย่องงานของมูลนิธิ City in the Community โดยจะมีการแสดงแบรนด์ขององค์กรการกุศลรอบสนาม นักเตะจะสวมแจ็กเก็ตที่มีสัญลักษณ์ของมูลนิธิ และรูเบน ดิอาสยังร่วมให้เสียงประกาศการเดินทางสำหรับรถบัสและรถรางในเส้นทางวันแข่งขันด้วย

หลังสะดุดที่กูดิสัน พาร์ค ซิตี้ไม่มีพื้นที่ให้พลาดอีกแล้ว เกมกับเบรนท์ฟอร์ดจึงไม่ใช่แค่การเก็บสามแต้ม แต่คือการส่งแรงกดดันกลับไปหาอาร์เซน่อลในโค้งสุดท้ายของฤดูกาล.
หน้า: [1] 2 3 ... 10