เซร์คิโอ รามอส อดีตกองหลังเรอัล มาดริด และทีมชาติสเปน กำลังเป็นแกนนำในกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ ยื่นข้อเสนอราว 400 ล้านยูโร เพื่อเข้าซื้อกิจการสโมสรเซบีญ่า ทีมบ้านเกิดที่เขาเติบโตมารามอส เกิดในแคว้นเซบีญ่า และผ่านอะคาเดมี่าของสโมสรก่อนจะย้ายไป เรอัล มาดริด ในปี 2005 โดยเขายังเคยกลับมาค้าแข้งกับทีมอีกครั้งในฤดูกาล 2023/24 ปัจจุบันวัย 39 ปี กลายเป็นนักเตะไร้สังกัด หลังแยกทางกับ มอนเตร์เรย์ จากเม็กซิโกเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา
แม้ รามอส จะไม่ใช่นักลงทุนรายใหญ่ที่สุดในดีลนี้ แต่เขาคือหน้าตาของโปรเจ็กต์ และเป็นคนขับเคลื่อนหลักของข้อเสนอ โดยมีรายงานว่ามีกองทุนจากสหรัฐอเมริกาเข้าร่วมลงทุนด้วย
ข้อเสนอครั้งนี้เป็นการซื้อหุ้น 100 เปอร์เซ็นต์ของสโมสร แต่ยังต้องรอการประเมินมูลค่าหนี้ที่แท้จริงของเซบีญ่า ซึ่งอาจสูงราว 180 ล้านยูโร ตามข้อมูลจากแหล่งข่าวในสโมสร และต้องผ่านการตรวจสอบจากบริษัทภายนอกที่กลุ่มผู้ยื่นข้อเสนอว่าจ้างมา
ประเด็นสำคัญคือยังมีความไม่ชัดเจนว่าหนี้จาก CVC Capital Partners ซึ่งเป็นเงินกู้ที่หลายสโมสรในลาลีกาได้รับตั้งแต่ปี 2021 จะถูกนับเป็นหนี้สโมสรหรือไม่ โดยฝั่งเซบีญ่าและลาลีกามองว่าเงินกู้นี้เป็นลักษณะ "เงินร่วมลงทุน" ไม่ใช่หนี้โดยตรง
ด้วยความไม่แน่นอนตรงจุดนี้ ทำให้มีการประเมินกันว่าข้อเสนอ 400 ล้านยูโร ซึ่งเป็นมูลค่าเชิงธุรกิจของสโมสร อาจยังไม่ใช่ดีลที่ดีที่สุดในตอนนี้ และกระบวนการซื้อขายน่าจะใช้เวลาอีกพอสมควร
หากดีลยังไม่เสร็จสิ้น รามอสก็ยังมีโอกาสกลับมาเล่นฟุตบอลในสเปนฤดูกาลนี้ได้ เพราะกฎระบุชัดว่านักเตะไม่สามารถลงเล่นให้สโมสรที่ตัวเองมีสถานะเป็นเจ้าของได้
ปัจจุบันโครงสร้างผู้ถือหุ้นของเซบีญ่ากระจายอยู่ในหลายกลุ่ม เช่น ตระกูลเดล นีโด้ (24%), กลุ่มเซบีญิสตัส เด เนร์บิออน (22%), ราฟาเอล การ์ริออน อดีตประธานสโมสร (15%) และกลุ่มเซบีญิสตัส อูนีดอส 2020 (15%)
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา สถานะการเงินของเซบีญ่าทรุดหนัก โดยฤดูกาล 2023/24 สโมสรขาดทุนถึง 81.8 ล้านยูโร และยังต้องกู้เงินเพิ่มอีก 108 ล้านยูโร ผ่านการจัดการของโกลด์แมน แซคส์ เมื่อเดือนมีนาคม 2024
สำหรับรามอส เขาลงเล่นให้ทีมชุดใหญ่เซบีญ่าครั้งแรกในปี 2004 ก่อนย้ายไป เรอัล มาดริด ในปีถัดมา และรับใช้ "ราชันชุดขาว" ยาวนานถึง 16 ปี ลงสนามรวม 671 นัด คว้าแชมป์ลาลีกา 5 สมัย และยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก อีก 4 สมัย ก่อนจะไปเล่นให้ เปแอสเช ในปี 2021 และกลับมาที่ เซบีญ่า ในปี 2023