เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น



ข่าว: SMF - Just Installed!




เชียร์บอล

กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: [1] 2 3 ... 10
1
ข่าวฟุตบอลนอก / ยูเว่ยืนยัน "โลคาเตลลี่" ขยายสัญญาถึง 2030
« กระทู้ล่าสุด โดย BigBoss555 เมื่อ วันนี้ เวลา 06:21 am »

"ม้าลาย" ยูเวนตุส ยืนยันขยายสัญญาใหม่ให้ มานูเอล โลคาเตลลี่ ออกไปจนถึงปี 2030 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

เดิมทีสัญญาของกองกลางทีมชาติอิตาลีจะหมดในปี 2028 แต่ดีลใหม่จะเพิ่มออกไปอีก 2 ปี และเชื่อว่าค่าเหนื่อยของเขาเพิ่มขึ้นจากเดิมปีละ 3 ล้านยูโร เป็น 4 ล้านยูโร

โลคาเตลลี่ ย้ายมาจาก ซาสซูโอโล่ เมื่อปี 2021 ด้วยค่าตัว 37.5 ล้านยูโร หลังเคยเป็นเด็กปั้นของ เอซี มิลาน มาก่อน

นับตั้งแต่มาอยู่ที่ตูริน เขาลงสนามไปแล้ว 224 นัด ยิง 9 ประตู กับอีก 17 แอสซิสต์ และเป็นกำลังสำคัญพาทีมคว้าแชมป์โคปปา อิตาเลีย ในปี 2024

ในระดับทีมชาติ เขาติดทีมชาติอิตาลีไปแล้ว 36 นัด ยิง 3 ประตู และเป็นหนึ่งในชุดแชมป์ยูโร 2020

การต่อสัญญาของโลคาเตลลี่ ถือเป็นอีกหนึ่งดีลสำคัญของยูเวนตุส ต่อจากก่อนหน้านี้ที่ขยายสัญญาให้ คีแนน ยิลดิซ, เวสตัน แมคเคนนี่ รวมถึงเฮดโค้ชอย่าง ลูชาโน่ สปัลเลตติ
2
ข่าวฟุตบอลนอก / ยังไม่รีบ..."เลวาน" ขอเวลาตัดสินอนาคต
« กระทู้ล่าสุด โดย BigBoss555 เมื่อ วันนี้ เวลา 06:19 am »

โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ กองหน้าของบาร์เซโลน่า เปิดเผยว่าเขาต้องขอเวลาอีกหน่อยก่อนตัดสินอนาคตของตัวเอง

ดาวยิงวัย 37 ปี จะหมดสัญญาหลังจากจบซีซั่นนี้ โดย "บาร์ซ่า" ได้เสนอต่อสัญญาระยะสั้นพร้อมขอลดค่าเหนื่อยลงมา

หัวหอกโปแลนด์ กล่าวว่า "พวกเรามีเวลา สโมสรรู้ดีว่าผมคิดอย่างไร"

"ผมจำเป็นต้องการเวลาในการคิด มันชัดเจนมากสำหรับทั้งสองฝ่ายนะ"

"สิ่งสำคัญที่สุดคือการรู้ว่าเราต้องการทำอะไรในฤดูกาลนี้ ผมไม่อยากพูดเรื่องข้อเสนอหรืออนาคต"

"ลา ลีกา (การคว้าแชมป์) คือสิ่งสำคัญ นั่นคือสิ่งที่เราสามารถคุยกันได้"
3
ข่าวฟุตบอลนอก / ข่าวดี?! "ฮิวจ์ส" รักมั่นช่วยหงส์ต่อปีหน้า
« กระทู้ล่าสุด โดย BigBoss555 เมื่อ วันนี้ เวลา 06:17 am »

สกายสปอร์ตส์ สื่อเมืองผู้ดี ยืนยันว่า ริชาร์ด ฮิวจ์ส ผอ.กีฬาลิเวอร์พูล จะไม่อำลาทีมไปในซัมเมอร์นี้ แม้ได้รับความสนใจจากอัล-ฮิลัล ทีมจากซาอุดิอาระเบีย

ทั้งฮิวจ์ส และ ไมเคิ่ล เอ็ดเวิร์ดส์ ซีอีโอฟุตบอลของเฟนเวย์ สปอร์ตส์ กรุ๊ป จะหมดสัญญาในปี 2027 โดยพวกเขาจะอยู่กับทีมต่อไปเพราะสโมสรแฮปปี้กับการทำงานของทั้งคู่

เอ็ดเวิร์ดส์ กลับมาแอนฟิลด์อีกรอบเมื่อปี 2024 และชวนฮิวจ์ส ให้ย้ายจากบอร์นมัธ มาร่วมงานในปีเดียวกัน

ทั้งคู่เป็นคีย์หลักในการจ่ายเงินกว่า 459 ล้านปอนด์ นับตั้งแต่มาทำงาน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในซัมเมอร์ก่อนกับการเซ็นแข้งดังอย่าง อเล็กซานเดอร์ อิซัค, ฟลอเรียน เวียร์ตซ์, อูโก้ เอกิติเก้, มิลอส เคอร์เคซ, เจเรมี่ ฟริมปง, จอร์จี้ มามาร์ดาชวิลี่ และโจวานนี่ เลโอนี่

ในทางกลับกันพวกเขาขายนักเตะส่วนเกินได้เงินกว่า 290 ล้านปอนด์ นำมาโดยหลุยส์ ดิอาซ, ดาร์วิน นูนเญซ, เบน โด๊ก, ฟาบิโอ คาร์วัลโญ่, เซ็ปป์ ฟาน เดน เบิร์ก, จาร์เรลล์ ควอนซาห์, ควีวิน เคลเลเฮอร์ และเทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์
4

ไมเคิ่ล คาร์ริค ยอมรับว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังไม่ตัดสินอนาคตของ มาร์คัส แรชฟอร์ด

แนวรุกวัย 28 ปี ถูกปล่อยยืมไปอยู่กับ บาร์เซโลน่า ตลอดซีซั่นนี้ หลังจากฤดูกาลก่อนก็เคยไปเล่นกับ แอสตัน วิลล่า มาแล้วครึ่งปี

อนาคตของ แรชฟอร์ด กับ "ปีศาจแดง" เริ่มไม่แน่นอนตั้งแต่ซีซั่นก่อน หลังมีข่าวว่ามีปัญหากับอดีตกุนซือ รูเบน อโมริม โดยดีลยืมตัวไป บาร์ซ่า ครั้งนี้ มีอ็อปชั่นซื้อขาดอยู่ที่ 26 ล้านปอนด์

แต่ล่าสุดมีรายงานว่า บาร์ซ่า ยังลังเลว่าจะจ่ายราคานี้ดีไหม ทำให้ถูกถามว่า ยังมีโอกาสที่ แรชฟอร์ด จะกลับมาเล่นให้ แมนฯ ยูไนเต็ด อีกหรือเปล่า ซึ่ง คาร์ริค ก็ไม่ได้ปิดโอกาสนั้น

คาร์ริค กล่าวว่า "มันยังมีหลายเรื่องที่ต้องตัดสินใจในช่วงเวลาที่เหมาะสม และ มาร์คัส ก็เป็นหนึ่งในเคสแบบนั้น"

"ตอนนี้ยังไม่มีอะไรถูกตัดสิน มันจะต้องมีคำตอบในสักจุดแน่นอน แต่ ณ ตอนนี้ ยังไม่มีการตัดสินใจอะไรทั้งนั้น"

ผลงานของ แรชฟอร์ด กับ บาร์ซ่า ฤดูกาลนี้ ยิง 12 ประตู กับอีก 13 แอสซิสต์ จาก 43 นัด แต่ช่วงหลังฟอร์มเริ่มแกว่ง และโดนวิจารณ์พอสมควร ถึงขั้นโดนดร็อปในเกมแชมเปี้ยนส์ลีก รอบก่อนรองชนะเลิศ นัดสอง ที่แพ้ แอตเลติโก้ มาดริด หลังผลงานในนัดแรกไม่ค่อยเข้าตา

ขณะเดียวกันมีรายงานว่า แม้ บาร์ซ่า ยังไม่ชัวร์เรื่องซื้อขาด แต่ แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ไม่คิดลดราคาให้ และมั่นใจว่าสามารถขายได้แพงกว่านี้กับทีมอื่น ซึ่งสถานการณ์ตอนนี้ ดูแล้วโอกาสที่ แรชฟอร์ด จะกลับมาเล่นที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด แทบไม่มี

อีกประเด็นที่ถูกถามคือ แมนฯ ยูไนเต็ด จะเสริมปีกซ้ายเพิ่มไหม ซึ่ง คาร์ริค ก็ยอมรับว่ามีการคุยกันเรื่องเสริมทัพแล้ว ก่อนหน้านี้มีรายงานว่าพวกเขาอยากเพิ่มตัวเลือกในแนวรุกริมเส้น เพื่อเตรียมทีมลุยยุโรปฤดูกาลหน้า โดยชื่อที่ถูกจับตามองคือ ยาน ดิโอมานเด้ ของ แอร์เบ ไลป์ซิก และ อิลิมาน เอ็นดิอาย ของ เอฟเวอร์ตัน

คาร์ริค พูดถึงแผนเสริมทีมว่า "แน่นอนว่ามันมีการตัดสินใจที่ต้องเกิดขึ้น แต่เรื่องจังหวะเวลาก็สำคัญเหมือนกัน สถานการณ์ของผมเองก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ตอนนี้เรากำลังค่อย ๆ จัดการกันอยู่ มันต้องมีการพูดคุยเกิดขึ้นอยู่แล้ว ซึ่งเป็นเรื่องปกติ"

"แต่ถ้าจะบอกว่าอะไรจะเกิดขึ้นแน่ ๆ เลยตอนนี้ ยังไม่ใช่จังหวะนั้นในเรื่องการเสริมทีม เราแค่มีการพูดคุยกันบ้างเท่านั้นเอง"
5
ข่าวฟุตบอลนอก / ราชันเล็งเป้า "JK-พอช" หากปลดอาร์เบลัว
« กระทู้ล่าสุด โดย BigBoss555 เมื่อ 17 เมษายน 2026 »

เรอัล มาดริด กำลังพิจารณาแต่งตั้ง เยอร์เก้น คลอปป์ และ เมาริซิโอ ปอเชตติโน่ เป็นกุนซือคนใหม่ หากพวกเขาตัดสินใจปลด อัลบาโร่ อาร์เบลัว ออกจากตำแหน่ง

ทีม “ราชันชุดขาว” เพิ่งตกรอบ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก หลังพ่ายให้กับ บาเยิร์น มิวนิค เมื่อวันพุธที่ผ่านมา และปัจจุบันยังตามหลัง บาร์เซโลน่า ถึง 9 คะแนนในลาลีกา ทำให้โอกาสคว้าแชมป์ลีกริบหรี่ลงไปอีก

รายงานระบุว่า ฟลอเรนติโน่ เปเรซ ประธานสโมสรเรอัล มาดริด ชื่นชอบทั้งสองกุนซือ โดยคลอปป์ อดีตนายใหญ่ ลิลิเวอร์พูลl ปัจจุบันทำงานในตำแหน่งระดับสูงกับเร้ดบูลล์

ขณะที่ปอเชตติโน่ กำลังจะพาทีมชาติสหรัฐอเมริกา ลุยศึกฟุตบอลโลกในช่วงซัมเมอร์นี้

ผลงานและคาแรกเตอร์ของคลอปป์ทำให้เขาเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับมาดริด อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อสงสัยว่าเจ้าตัวต้องการกลับมารับงานคุมทีมในเวลานี้หรือไม่ หลังจากอำลา ลิเวอร์พูล ไปเมื่อจบฤดูกาล 2023-24

และยังไม่แสดงท่าทีอยากกลับเข้าสู่งานที่มีความกดดันสูงอีกครั้ง แม้โอกาสคุมหนึ่งในสโมสรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกอาจยากจะปฏิเสธ

ในขณะที่ปอเชตติโน่ก็น่าจะอยู่ในลิสต์ตัวเลือกของหลายสโมสร หากเขาอำลาทีมชาติสหรัฐฯ ในอนาคต โดยก่อนหน้านี้ เปเรซ เคยสนใจดึงตัวเขามาแล้วถึงสองครั้ง ทั้งสมัยคุมสเปอร์สและเปแอสเช

นอกจากนี้ ปอเชตติโน่ยังมีความสัมพันธ์ที่ดีกับ คิลิยัน เอ็มบัปเป้ สมัยอยู่เปแอสเช ซึ่งปัจจุบันอยู่กับเรอัล มาดริด และน่าจะยินดีหากได้ร่วมงานกันอีกครั้ง
6

จาร์เรลล์ ควอนซาห์ ปราการหลังของไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น เปิดเผยว่าเขาไม่ต้องคิดแม้แต่น้อยในการอำลาลิเวอร์พูล ตอนซัมเมอร์ที่ผ่านมา

เซ็นเตอร์วัย 23 ปี ย้ายมาเล่นในบุนเดสลีกา เมื่อซัมเมอร์ก่อนด้วยค่าตัว 35 ล้านปอนด์ หลังลงสนามทีมชุดใหญ่ของ "หงส์แดง" 58 นัด

เขาเซ็นสัญญายาว 5 ปีกับ "ห้างยา" และได้ลงเล่นไปถึง 38 เกมรวมทุกรายการในซีซั่นนี้

"มันเป็นเรื่องของการจัดการและแนวทางที่พวกเขาทาบทามผม เพราะพวกเขามีแผนการที่ชัดเจนว่าพวกเขาจับตาดูอะไรอยู่ และทุกสิ่งทุกอย่างที่พวกเขาได้เห็นจากผม"

"พวกเขามีรายละมากมายว่าพวกเขาได้เห็นอะไรจากผมบ้าง ศักยภาพที่พวกเขาคิดว่าผมจะทำได้ และมันตรงกับสิ่งที่ผมคิดเอาไว้เหมือนกัน การได้เห็นว่าเราเห็นพ้องกันแบบนี้มันเลยไม่ต้องคิดอะไรเลย"

"เอาตรงๆ เลยนะ ผมคงไม่บอกว่ามันเป็นการตัดสินใจที่หนักหนาสาหัสที่สุด เพราะผมแค่อยากลงสนาม"

"ผมรู้สึกว่าตัวเองสามารถเล่นในระดับท็อปได้ และบุนเดสลีกา คือลกระดับท็อป และยังสามารถเล่นในแชมเปี้ยนส์ ลีกได้ เล่นในเกมระดับท็อป อย่างเช่นเกมรอบรองชนะเลิศ (เดเอฟเบ โพคาล) กับบาเยิร์น วันพุธหน้า มันคือเกมสำคัญมากๆ"
7

เดอะ เทเลกราฟ รายงานว่า แอนโธนี่ กอร์ดอน ปีกของ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด มีแนวโน้มสูงว่าจะย้ายทีมช่วงซัมเมอร์นี้เพื่อหาความท้าทายใหม่ ตามรอย อเล็กซานเดอร์ อิซัค

แม้ กอร์ดอน ยังไม่ได้แจ้งสโมสรตรง ๆ ว่าขอย้าย แต่บรรยากาศภายในเซนต์ เจมส์ พาร์ค รับรู้ตรงกันว่า นักเตะอยากย้าย และกำลังมีหลายทีมทั้งในอังกฤษและยุโรปให้ความสนใจ

ด้วยเหตุนี้ ผู้บริหารนิวคาสเซิ่ลจึงเตรียมรับมือข้อเสนอที่จะเข้ามาเร็วตั้งแต่ช่วงต้นตลาด เพราะนักเตะเองก็อยากเคลียร์อนาคตให้ชัดก่อนฟุตบอลโลก

ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา บาเยิร์น มิวนิค ถูกโยงว่ากำลังสนใจ แต่ "สาลิกาดง" ปฏิเสธตัวเลข 55-60 ล้านปอนด์ที่สื่อเยอรมันตีข่าว โดยเชื่อว่าค่าตัวจริงน่าจะทะลุ 80 ล้านปอนด์

ด้าน อาร์เซน่อล ก็ชื่นชอบ กอร์ดอน มานาน และมีชื่ออยู่ในแผนเสริมทัพ ขณะที่ ลิเวอร์พูล ก็อาจกลับมาสนใจอีกครั้ง หลังเคยเกือบได้ตัวเมื่อปี 2024

โดยเฉพาะเมื่อ อูโก้ เอกิติเก้ เจ็บยาว อาจทำให้ ลิเวอร์พูล ต้องหากองหน้าใหม่ และความสามารถของกอร์ดอนที่เล่นได้ทั้งสามตำแหน่งแนวรุกก็ยิ่งน่าสนใจ แถมเจ้าตัวเป็นแฟนลิเวอร์พูลมาตั้งแต่เด็ก และพร้อมย้ายทันทีถ้ามีโอกาสกลับเมอร์ซี่ย์ไซด์

มีรายงานว่า กอร์ดอน อยากย้ายไป ลิเวอร์พูล ตั้งแต่ 2 ปีก่อนแล้ว แต่ดีลล่มไป และตั้งแต่นั้นฟอร์มของเขาก็ไม่สม่ำเสมอเหมือนซีซั่นแรกกับ นิวคาสเซิ่ล

ฤดูกาลนี้ผลงานขึ้น ๆ ลง ๆ แม้ในเวทียูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เขาจะเล่นได้โดดเด่น ยิงไป 10 ประตู และได้แมนออฟเดอะแมตช์หลายเกม แต่ในพรีเมียร์ลีกกลับยิงจากโอเพ่นเพลย์ได้แค่ 3 ประตูนับตั้งแต่มกราคม 2025 และฟอร์มนอกบ้านค่อนข้างน่าผิดหวัง

อย่างไรก็ตาม ไม่มีปัญหาภายในทีม กอร์ดอนยังซ้อมเต็มที่และมีความเป็นมืออาชีพเหมือนเดิม ล่าสุดยังลงตัวจริงในเกมแพ้ คริสตัล พาเลซ 2-1

แต่ดูเหมือนเจ้าตัวจะรู้สึกว่า "ถึงจุดอิ่มตัว" กับนิวคาสเซิ่ล และอยากหาความท้าทายใหม่ รวมถึงค่าเหนื่อยที่มากขึ้นกับทีมที่ได้เล่นแชมเปี้ยนส์ลีกสม่ำเสมอ

กอร์ดอน ยังมีสัญญาถึงปี 2030 และซีอีโออย่าง เดวิด ฮอปกินสัน ก็ย้ำชัดว่า ถ้าใครอยากย้าย ก็ต้องเป็นดีลที่เป็นประโยชน์กับสโมสรเท่านั้น

น่าสนใจว่า ถ้า กอร์ดอน ย้ายออกจริง จะเพิ่มโอกาสให้ ซานโดร โตนาลี่ อยู่กับทีมต่อ เพราะสโมสรไม่จำเป็นต้องขายตัวหลักเพิ่มเพื่อระดมทุน

ขณะเดียวกัน ติโน่ ลิฟราเมนโต้ ก็มีโอกาสถูกขายเช่นกัน หากมีข้อเสนอที่เหมาะสม โดยเขาจะเหลือสัญญาอีกแค่ 2 ปีในเดือนมิถุนายนนี้

นิวคาสเซิ่ล กำลังเตรียมยกเครื่องทีมครั้งใหญ่ในซัมเมอร์นี้ โดย คีแรน ทริปเปียร์ จะอำลาทีมหลังหมดสัญญา ส่วน โจ วิลล็อค ก็อยู่ในข่ายปล่อยตัว

และยังมีแนวโน้มว่าอย่างน้อยหนึ่งใน นิค โวลเทอมาเดอ หรือ โยอาน วิสซ่า จะถูกขายออก เพื่อเปิดทางให้ทีมคว้ากองหน้าตัวเป้าคนใหม่เข้ามาเสริมทัพในการสร้างทีมรอบใหม่
8

ถึงเวลาต้องแยกทางจริงๆแล้วเมื่อ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยืนยันว่า แบร์นาร์โด้ ซิลวา จะโบกมือลาจากสโมสรเมื่อหมดสัญญาลงในสิ้นฤดูกาล

หลายปีที่ผ่านมา แบร์นาร์โด้ มักเป็นข่าวย้ายออกจาก แมนฯ ซิตี้ อยู่เรื่อยๆแต่ก็ยังไม่ไปไหน อย่างไรก็ตามอนาคตของเขาไม่แน่นอนอีกครั้งเมื่อสัญญาของเขาจะหมดลงในช่วงซัมเมอร์และยังไม่มีวี่แววว่าจะต่อเพิ่มออกไป

ท้ายที่สุด "เรือใบสีฟ้า" ก็คอนเฟิร์มว่าดาวเตะวัย 31 ปีจะอำลาจากสโมสรและยุติการค้าแข้งกับพวกเขาที่ยาวนาน 9 ปี

"ถึงเหล่า ซิตี้เซนส์ ตอนผมย้ายมาร่วมทีมเมื่อ 9 ปีที่แล้ว ผมเดินตามรอบความฝันของเด็กตัวน้อยๆที่อยากจะประสบความสำเร็จในชีวิต อยากจะคว้าสิ่งที่สำคัญ เมืองนี้และสโมสรนี้มอบให้มากกว่าที่ผมต้องการ มากกว่าที่ผมหวังเอาไว้" แบร์นาร์โด้ กล่าวบนโซเชียล มีเดีย

"สิ่งที่เราไขว่คว้าร่วมกันถือเป็นตำนานที่จะคงอยู่ตลอดไปในใจผม การเก็บแต้มทะลุร้อย, สามแชมป์ในประเทศ, การได้แชมป์ 4 ปีติดและอีกมากมาย... มันไม่ได้แย่เลยเนอะ ;)"

"อีกไม่กี่เดือนก็จะถึงเวลาบอกลาเมืองที่ไม่ใช่เพียงแค่ได้วาดแชมป์มากมายให้สโมสรเท่านั้น แต่ยังเป็นเมืองที่ผมเริ่มต้นชีวิตแต่งงานและครอบครัวของผม ขอขอบคุณจากก้นบึ้งหัวใจของผม, อิเนส และ การ์โตล่า!"

"ถึงแฟนบอล กำลังใจที่คุณมอบให้ไม่มีหมดตลอดหลายปีที่ผ่านมาเป็นสิ่งที่ผมจะไม่ลืมเลย เป้าหมายของผมกับการเป็นนักเตะคือเล่นด้วยแพสชั่นอยู่เสมอ เพื่อที่พวกคุณจะได้ภูมิใจและจะได้มีตัวแทนที่ยอดเยี่ยมเวลาอยู่ในสนาม"

"ผมหวังว่าคุณรู้สึกสิ่งเหล่านั้นได้ในทุกนัด ผมย้ายมาเป็นนักเตะ แมนฯ ซิตี้ ผมจากไปด้วยการกลายเป็นพวกคุณอีกคน กลายเป็นแฟนบอล แมนฯ ซิตี้ ไปตลอดชีวิต คอยเชียร์ทีมพลังหนุ่มทีมนี้ต่อไปนะและผมมั่นใจว่าพวกเขาจะมอบความทรงจำอันยอดเยี่ยมให้อีกมากมายในอนาคต"

"สำหรับ เป๊ป, สตาฟฟ์และเพื่อนร่วมทีมของผมตลอด 9 ปีที่ผ่านมา ขอขอบคุณสำหรับทุกความทรงจำและขอบคุณที่ให้ผมเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางอันยาวนาน"

"บรรยากาศที่เราสร้างขึ้นมาอยู่ทุกวันในสนามซ้อมทำให้ผมรู้สึกว่าที่นี่คือบ้านและเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวที่ยิ่งใหญ่ มาเอ็นจอยกับช่วงเวลาหลายสัปดาห์ที่เหลือและสู้เพื่อสิ่งที่ยังรอเราอยู่ในฤดูกาลนี้กันเถอะ รักพวกคุณทุกคนเลย, แบร์นาร์โด้"

แบร์นาร์โด้ ย้ายจาก โมนาโก มาเล่นในถิ่น เอติฮัด สเตเดี้ยม ตั้งแต่ปี 2017 โดยผ่านการลงสนามไปแล้ว 451 นัดพร้อมกับทำได้ 76 ประตูและ 77 แอสซิสต์

เขายังกวาดแชมป์มากมายไม่ว่าจะเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีก 6 สมัย, เอฟเอ คัพ 2 สมัย, ลีก คัพ 5 สมัย, คอมมิวนิตี้ชิลด์ 3 สมัย, แชมเปี้ยนส์ลีก, ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพและแชมป์สโมสรโลกอีกอย่างละสมัย
9

มาร์ติน โอเดการ์ด กัปตันทีมอาร์เซนอล อธิบายถึงอาการบาดเจ็บที่ทำให้เขาต้องพักช่วงที่ผ่านมา พร้อมบอกว่าปัญหาหัวเข่าของเขา “ไม่น่าร้ายแรงมาก”

กองกลางชาวนอร์เวย์ไม่ได้ลงเล่นให้อาร์เซนอลเลย ตั้งแต่ถูกเปลี่ยนตัวออกในเกมที่ทีมบุกชนะ สปอร์ติ้ง ลิสบอน 1-0 ในศึกยูฟ่า แชมเปี่ยนส์ลีก รอบก่อนรองชนะเลิศ นัดแรกเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

ก่อนเกมนัดที่สอง โอเดการ์ด ได้เปิดเผยถึงความต้องการกลับมาฟิตโดยเร็วที่สุด

“ผมต้องออกจากสนามในช่วงครึ่งหลังของเกมที่โปรตุเกสเมื่อสัปดาห์ก่อน เพราะรู้สึกไม่ดีที่หัวเข่า นั่นเป็นเหตุผลที่ผมพลาดเกมเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา” โอเดการ์ด กล่าว

“ตอนเจอสปอร์ติ้ง ผมโดนปะทะที่หัวเข่านิดหน่อย แต่หวังว่าจะไม่เป็นอะไรมาก"

“ผมกระหายที่จะกลับมาให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะนี่คือช่วงสำคัญของฤดูกาล ทั้งในพรีเมียร์ลีกและยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก”a
10

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พร้อมให้การสนับสนุน อองตวน เซเมนโย่ แนวรุกคนสำคัญ ที่เผยว่าถูกเหยียดผิวทางออนไลน์อีกครั้งในฤดูกาลนี้ โดยเขาโพสต์ IG Story พร้อมข้อความว่า “เริ่มอีกแล้ว” และภาพคอมเมนต์เหยียดผิวที่ได้รับ

ก่อนหน้านี้ เซเมนโย่ เคยถูกแฟนบอลเหยียดผิวในเกมเปิดฤดูกาลที่ บอร์นมัธ พบ ลิเวอร์พูล จนผู้ตัดสิน แอนโธนี่ เทย์เลอร์ ต้องหยุดเกม โดยคดีดังกล่าวมีผู้ถูกจับกุมและเตรียมขึ้นศาลวันที่ 22 เมษายนนี้

พรีเมียร์ลีกและเอฟเอออกแถลงการณ์ร่วมประณามเหตุการณ์ล่าสุด ยืนยันว่า “ไม่มีที่ให้กับการเหยียดผิวในเกมฟุตบอลหรือสังคม”

พร้อมย้ำว่าผู้กระทำผิดจะถูกลงโทษสูงสุด ตั้งแต่จำคุก แบนเข้าสนาม ไปจนถึงมีประวัติอาชญากรรม
หน้า: [1] 2 3 ... 10