เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น



ข่าว: SMF - Just Installed!

แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.





เชียร์บอล

Messages - BigBoss555

หน้า: [1] 2 3 ... 847
1

ลิเวอร์พูลเตรียมเข้าสู่ตลาดซัมเมอร์แบบเอาจริงอีกครั้ง หลังช่วงเดียวกันของปีก่อนเคยทุ่มไปราว 450 ล้านปอนด์ แต่ผลลัพธ์กลับไม่ปังอย่างที่หวัง เมื่อจบพรีเมียร์ลีกได้เพียงอันดับ 5

ซัมเมอร์ก่อน "หงส์แดง" ดึงทั้ง ฟลอเรียน เวียร์ตซ์, อเล็กซานเดอร์ อีซัค และ มิลอส เคอร์เคซ เข้ามาเสริมทัพ ทว่าทีมยังสะดุดหนัก ทั้งที่เพิ่งคว้าแชมป์ลีกในซีซั่นแรกของ อาร์เน่อ สล็อต ก่อนเจ้าตัวจะแยกทางไปแล้ว

ตอนนี้บอร์ด ลิเวอร์พูล ต้องหนุน อันโดนี่ อิราโอล่า นายใหญ่คนใหม่ในตลาดซื้อขายให้เต็มมือ โดยเฉพาะเมื่อเขายังไม่ทันเริ่มงานก็เสีย แอนดี้ โรเบิร์ตสัน, โม ซาลาห์ และ อิบราฮิม่า โกนาเต้ ออกจากทีมไปแล้ว

ตำแหน่งแนวรุกกลายเป็นจุดที่ต้องรีบแก้ หลังการอำลาของ โม ซาลาห์ แถม อูโก้ เอกิติเก้ ยังส่อพักยาวถึงปี 2027 จากอาการเอ็นร้อยหวายฉีก ทำให้ "หงส์" ต้องเดินหน้าล่าปีกตัวใหม่แบบหลีกเลี่ยงไม่ได้

เป้าหมายเบอร์หนึ่งยังเป็น ยาน ดิโอม็องเด้ ดาวรุ่งวัย 19 ปีของ อาร์บี ไลป์ซิก โดย ฟาบริซิโอ โรมาโน่ ระบุว่า ลิเวอร์พูลกำลังดันดีลนี้เต็มที่ พร้อมยื่นข้อเสนอค่าเหนื่อยก้อนสำคัญให้ตัวนักเตะ ขณะที่ เบน เจค็อบส์ รายงานว่า ทีมดังเมอร์ซีย์ไซด์มั่นใจว่านักเตะอยากซบแอนฟิลด์ แม้มีความสนใจจาก เปแอสเช

อย่างไรก็ตาม อีกชื่อที่ถูกโยงเข้ามาคือ แบรดลีย์ บาร์โคล่า แนวรุกวัย 23 ปีของ เปแอสเช ซึ่งทั้ง ลิเวอร์พูล และ อาร์เซน่อล แชมป์พรีเมียร์ลีก ถูกพูดคุยถึงความเป็นไปได้ในการย้ายทีม โดยแหล่งข่าวระบุว่า บาร์โคล่าอยู่ในลิสต์ของ "หงส์แดง" แบบสูงมาก แม้ดีล ดิโอม็องเด้ ยังเป็นเป้าหมายหลักและคืบหน้ากว่า

รายงานจากเยอรมนีอ้างว่า เปแอสเช ตั้งค่าตัวแข้งทีมชาติฝรั่งเศสรายนี้สูงถึง 130 ล้านยูโร หรือราว 112 ล้านปอนด์ ซึ่งไม่ใช่ตัวเลขเล่น ๆ สำหรับทีมที่ต้องเสริมหลายจุดในซัมเมอร์เดียว

ดิโอม็องเด้ถูกยักษ์ใหญ่ยุโรปตามดูเพราะเป็นปีกครบเครื่อง มีความเร็วจัดจ้าน เลี้ยงกินตัวได้ เพรสซิ่งได้ และยังช่วยเกมรับโดยไม่เกี่ยง แม้อายุยังน้อย แต่หากเทียบประสบการณ์ บาร์โคล่ายังเหนือกว่าอีกระดับ เพราะ ดิโอม็องเด้ ลงเล่นทีมชุดใหญ่ระดับสโมสรไป 46 นัด ขณะที่ บาร์โคล่า ผ่านเกมกับ ลียง และ เปแอสเช รวม 200 นัดแล้ว

ผลงาน 39 ประตู 37 แอสซิสต์จาก 152 นัดกับ เปแอสเช สะท้อนชัดว่า บาร์โคล่าสร้างผลลัพธ์ได้ทันที แถมมีส่วนสำคัญกับการคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก 2 สมัย และลีกเอิง 3 สมัย หาก ลิเวอร์พูลต้องการตัวแทนที่พร้อมใช้งานทันที ดีลนี้อาจเป็นอีกทางเลือกที่ต้องคิดหนักไม่แพ้กัน

2

เชลซี ตกลงปล่อย มาร์ก คูคูเรญ่า ย้ายซบ เรอัล มาดริด เรียบร้อยแล้ว โดยดีลนี้ถือเป็นข่าวไม่ค่อยเข้าหู ชาบี อลอนโซ่ นายใหญ่คนใหม่ของ "สิงห์บลูส์" ที่กำลังขาดแข้งประสบการณ์ในทีม

แบ็กซ้ายวัย 27 ปี เวลานี้อยู่ที่สหรัฐอเมริกากับทีมชาติสเปน และจะดำเนินการย้ายทีมให้เสร็จสมบูรณ์หลังจบฟุตบอลโลก แม้มีหลายสโมสรตามจีบ ทั้ง บาร์เซโลน่า, แอตเลติโก มาดริด และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แต่เจ้าตัวต้องการขนกระเป๋าไปอยู่กับ "ราชันชุดขาว"

ค่าตัวของดีลนี้อยู่ที่ 47.5 ล้านปอนด์ บวกแอดออนอีก 4.3 ล้านปอนด์ ทำให้มีโอกาสพุ่งถึง 51.8 ล้านปอนด์ ขณะที่ เชลซี เคยคว้าคูคูเรญ่ามาจาก ไบรท์ตัน เมื่อ 4 ปีก่อน ด้วยราคา 63 ล้านปอนด์

ฝั่ง เรอัล มาดริด เดินตลาดซัมเมอร์นี้แบบจัดหนักก่อน โชเซ่ มูรินโญ่ จะเริ่มงานอย่างเป็นทางการเดือนหน้า โดยก่อนหน้านี้ปิดดีล อิบราฮิม่า โกนาเต้, เดนเซล ดุมฟรีส์ และ แบร์นาร์โด้ ซิลวา ไปแล้ว

คูคูเรญ่าเคยออกมาวิจารณ์นโยบายซื้อขายของ เชลซี รวมถึงการตัดสินใจปล่อย เอ็นโซ่ มาเรสก้า ออกจากทีมเมื่อต้นปี และเขาไม่ได้ถูกมองเป็นกลุ่มแข้ง 'แตะต้องไม่ได้' ของสโมสร ซึ่งมีชื่ออย่าง โคล พาลเมอร์ และกัปตันทีม รีซ เจมส์ อยู่ในกลุ่มนั้น

การย้ายออกของดาวเตะสเปนเปิดทางให้ ยอร์เรล ฮาโต้ กองหลังทีมชาติเนเธอร์แลนด์ ซึ่งย้ายมาจาก อาแจ็กซ์ เมื่อซัมเมอร์ก่อนด้วยค่าตัว 37 ล้านปอนด์ มีลุ้นเสียบตำแหน่งแบ็กซ้ายตัวจริงในฤดูกาลหน้า แม้ "สิงห์น้ำเงินคราม" ยังอาจเสริมทัพตำแหน่งนี้เพิ่มอีก

ดีลของคูคูเรญ่ากับ เรอัล มาดริด แยกขาดจากกระแสข่าวเรื่อง เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ โดยมิดฟิลด์อาร์เจนไตน์เคยบอกเมื่อเดือนเมษายนว่าเปิดรับการใช้ชีวิตในมาดริด อย่างไรก็ตาม เชลซีมีความสัมพันธ์ที่ดีกับ "ราชัน" แต่จะไม่ปล่อย เอ็นโซ่ หากได้ต่ำกว่า 120 ล้านปอนด์ หลังซื้อเขามาจาก เบนฟิก้า เมื่อปี 2023 ด้วยราคา 106.8 ล้านปอนด์

3

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ขยับเข้าใกล้การคว้าตัว เอแดร์ซอน กองกลางอตาลันต้า หลังตกลงค่าตัวกับ “เทพธิดา” ได้แล้ว โดยแข้งบราซิเลียนเตรียมเข้ารับการตรวจร่างกาย ก่อนเปิดตัวเป็นสมาชิกใหม่รายแรกของซัมเมอร์นี้

ดีลนี้ “ปีศาจแดง” จะจ่ายค่าตัวเบื้องต้นราว 34.9 ล้านปอนด์ พร้อมโบนัสเพิ่มเติมได้อีก 3.8 ล้านปอนด์ ขณะที่นักเตะวัย 26 ปีตกลงสัญญา 4 ปี พร้อมออปชั่นขยายเพิ่มอีก 12 เดือน ถือเป็นการเติมแดนกลางที่สโมสรตั้งใจเดินเครื่องล่ามาตั้งแต่ต้นตลาด

เอแดร์ซอนถูกคาดหมายว่าจะเป็นหนึ่งในอย่างน้อย 2 กองกลางตัวกลางที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดต้องการดึงเข้ามาเสริมทัพ หลังฤดูกาลที่ผ่านมาเห็นชัดว่าขุมกำลังในพื้นที่นี้ยังบางเกินไป แม้ทีมจะจบอันดับ 3 ในซีซั่น 2025/26 ก็ตาม

มิดฟิลด์ทีมชาติบราซิลจะย้ายมาพร้อมประสบการณ์จากเวทีฟุตบอลโลก หลังถูกเรียกติดทัพ “แซมบ้า” แทน เวสลีย์ ที่เจ็บก่อนทัวร์นาเมนต์ในอเมริกาเหนือเพียงไม่กี่วัน ทำให้การตรวจร่างกายของเขามีคิวเกิดขึ้นระหว่างช่วงรับใช้ชาติ

ขณะเดียวกัน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังต้องรับมือกับการเปลี่ยนถ่ายในทีมชุดใหญ่ เมื่อ คาเซมิโร่, ไทเรลล์ มาลาเซีย และ เจดอน ซานโช่ เตรียมโบกมือลาแบบฟรีเอเย่นต์ หลังหมดสัญญาในวันที่ 30 มิถุนายนนี้

นอกจากเอแดร์ซอนแล้ว “ผีแดง” ยังจับตา เอลเลียต แอนเดอร์สัน ของน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ซึ่งมีแมนเชสเตอร์ ซิตี้ยื่นข้อเสนอไปแล้ว 2 ครั้ง รวมถึง มาเตอุส แฟร์นานเดส ของเวสต์แฮม ยูไนเต็ด ที่มีลุ้นเข้าถึงง่ายขึ้นหลัง “ขุนค้อน” ตกชั้นไปแชมเปี้ยนชิพ โดยมีรายงานว่าเงื่อนไขส่วนตัวไม่น่าเป็นปัญหา

ดีลของเอแดร์ซอนจึงอาจเป็นแค่จุดสตาร์ตของตลาดซัมเมอร์ที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด เพราะหากทีมของ รูเบน อโมริม ปิดดีลแรกได้สำเร็จ แฟนบอลอาจได้เห็นการเสริมกลางตามมาอีกไม่น้อย

4

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ส่งสัญญาณชัดเจนถึง เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ว่าจะไม่ยอมให้ดีล มาเตอุส แฟร์นันเดส กลายเป็นเกมโก่งราคา หลังวางแข้งรายนี้เป็นเป้าหมายเบอร์หนึ่งในแดนกลางสำหรับตลาดซัมเมอร์

"ปีศาจแดง" ถอนตัวจากการล่า เอลเลียต แอนเดอร์สัน มิดฟิลด์ทีมชาติอังกฤษแล้ว ขณะที่ ซานโดร โตนาลี ถูกมองว่ามีค่าตัวแพงเกินไป ทำให้ แฟร์นันเดส ขยับขึ้นมาเป็นชื่อหลักในเรดาร์ของสโมสร

ดาวเตะทีมชาติโปรตุเกสวัย 21 ปี ไม่ได้ปิดบังความต้องการย้ายไปเล่นในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด โดยเจ้าตัวอยากได้โอกาสลงเล่นในยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ขณะที่ฝั่งแมนฯ ยูไนเต็ดมั่นใจว่าเรื่องเงื่อนไขส่วนตัวไม่น่าจะเป็นปัญหา

อย่างไรก็ตาม จุดติดขัดสำคัญยังอยู่ที่ค่าตัว หลัง "ขุนค้อน" ปักป้าย แฟร์นันเดส ไว้ราว 80 ล้านปอนด์ และหวังให้เกิดสงครามประมูล เพราะมีทั้ง เปแอสเช และ เรอัล มาดริด โผล่ร่วมวงล่าอยู่เช่นกัน

เวสต์แฮมเชื่อว่า แฟร์นันเดส คือหนึ่งในดาวรุ่งชั้นยอดที่สุดของพรีเมียร์ลีก และมีศักยภาพที่จะค่าตัวทะลุ 100 ล้านปอนด์ในอนาคตอันใกล้ แต่ฝั่งยูไนเต็ดมองว่าแม้แข้งรายนี้มีพรสวรรค์สูง ทว่ายังไม่ได้พิสูจน์ตัวเองเต็มที่ในระดับสูงสุด

รายงานระบุว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เตรียมยื่นข้อเสนอเปิดหัวภายในสัปดาห์นี้ แต่ตัวเลขจะต่ำกว่า 80 ล้านปอนด์ค่อนข้างมาก ต้องรอดูว่าทั้งสองสโมสรจะหาจุดลงตัวได้หรือไม่

ขณะเดียวกัน "ผีแดง" เตรียมให้ เอแดร์ซอน จากอตาลันต้า เข้ารับการตรวจร่างกาย หลังดีลมูลค่า 39 ล้านปอนด์ใกล้ลุล่วง โดยเขาถูกคาดหมายว่าจะเป็นแข้งแดนกลางรายแรกจากทั้งหมด 3 คนที่อาจย้ายเข้ามาในซัมเมอร์นี้ ส่วนข่าวตกลง 60 ล้านปอนด์กับนิวคาสเซิ่ลเพื่อคว้า ลูอิส ฮอลล์ นั้น สโมสรลดกระแสลงแล้ว เพราะแบ็กซ้ายยังไม่ใช่วาระเร่งด่วนที่สุดในตลาดรอบนี้

5

ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ตกเป็นข่าวเตรียมเดินหน้าแบบจัดหนักในตลาดซัมเมอร์นี้ หลังมีรายงานว่าพวกเขาพร้อมยื่นข้อเสนอมหึมาเพื่อคว้า โคดี้ กัคโป แนวรุกของลิเวอร์พูล มาร่วมทัพ

สเปอร์สกำลังพยายามยกระดับทีม หลังผลงานในพรีเมียร์ลีกตลอดช่วงไม่กี่ปีหลังไม่เป็นไปตามที่แฟนบอลคาดหวัง โดยตลาดรอบนี้ดูเหมือนจะคึกคักเป็นพิเศษสำหรับ "ไก่เดือยทอง" ที่เริ่มเสริมทัพไปแล้วทั้ง แอนดี้ โรเบิร์ตสัน และ มาร์กอส เซเนซี่

ฝั่งลิเวอร์พูลเองก็มีการเปลี่ยนแปลงขุมกำลังไม่น้อย เมื่อ โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรเบิร์ตสัน และ อิบราฮิม่า โกนาเต้ ต่างอำลาทีมไปแล้ว โดยเฉพาะ โรเบิร์ตสัน ที่หมดสัญญากับ "หงส์แดง" ก่อนโยกซบสเปอร์ส และอาจไม่ใช่แข้งรายเดียวที่ย้ายข้ามฟากระหว่างสองสโมสร

รายงานจาก Caught Offside ระบุว่า ท็อตแน่มกำลังเตรียมข้อเสนออย่างเป็นทางการในเร็ว ๆ นี้ โดยตัวเลขที่ถูกพูดถึงอยู่ราว 60 ล้านปอนด์ เพื่อทาบทามกัคโปก่อนตลาดซัมเมอร์เปิดฉากเต็มตัว

อนาคตของดาวเตะทีมชาติเนเธอร์แลนด์ในถิ่นแอนฟิลด์ยังไม่ชัดเจน หลังฟอร์มตกลงในช่วงหลัง แม้ยังมีหลายสโมสรทั้งในพรีเมียร์ลีกและยุโรปจับตาอยู่ แต่ตอนนี้สเปอร์สถูกมองว่าอยู่ในตำแหน่งนำในศึกแย่งลายเซ็นของเขา

อย่างไรก็ตาม ดีลนี้ไม่ได้ง่ายสำหรับ "ไก่เดือยทอง" เพราะทีมของ โรแบร์โต้ เด แซร์บี้ ไม่มีฟุตบอลยุโรปให้ลงเล่นในฤดูกาลหน้า ขณะที่กัคโปคุ้นเคยกับเวทียุโรปมาตลอดหลายปีหลัง และอาจต้องคิดหนักหากต้องขนกระเป๋ามาลอนดอน

แม้แนวรุกดัทช์อาจไม่ได้การันตีตัวจริงกับลิเวอร์พูลในซีซั่นหน้า แต่หากเขาโชว์ฟอร์มแรงในฟุตบอลโลก ก็มีสิทธิ์ที่คู่แข่งรายอื่นจะโผล่ร่วมวงล่าเพิ่ม ทำให้สเปอร์สอาจต้องรีบปิดเกมให้ไว หากหวังซิวแข้งสารพัดประโยชน์รายนี้เข้าสู่ทีม

6

ฮันส์-โยอาคิม วัตซ์เค่ ประธานโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ออกมาเติมเชื้อข่าวลือแบบมีน้ำหนัก หลังชี้ว่า เออร์ลิง ฮาแลนด์ ชื่นชอบเรอัล มาดริด และมองว่า “ราชันชุดขาว” คือปลายทางที่เจ้าตัวอยากไปค้าแข้งในอนาคต

หัวหอกนอร์เวย์ย้ายมาแมนเชสเตอร์ ซิตี้ด้วยค่าตัวเพียง 51 ล้านปอนด์ แต่ตอบแทนแบบสุดคุ้ม เมื่อกดไปแล้ว 162 ประตู พร้อม 30 แอสซิสต์จาก 198 นัด เฉลี่ยยิง 1 ลูกทุก 85 นาที จนกลายเป็นเครื่องจักรถล่มประตูประจำทัพ “เรือใบสีฟ้า”

ช่วงหลังฮาแลนด์ตกเป็นข่าวกับทั้งเรอัล มาดริดและบาร์เซโลน่า โดยเฉพาะฝั่งมาดริดที่เคยมี เอ็นริเก้ ริเกลเม่ หนึ่งในผู้หวังชิงตำแหน่งประธานสโมสร ชูเสื้อชื่อ “ฮาแลนด์ 9” ระหว่างหาเสียง พร้อมอ้างว่าดาวยิงรายนี้มีค่าฉีกสัญญาและอยากย้ายไปลาลีกา

อย่างไรก็ตาม ฝั่งครอบครัวของฮาแลนด์และตัวแทนอย่าง ราฟาเอล่า ปิเมนต้า ปฏิเสธเรื่องดังกล่าว ขณะที่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ยืนยันว่าไม่มีเงื่อนไขตามที่ถูกกล่าวอ้าง และถึงขั้นพิจารณาดำเนินการทางกฎหมายจากการนำภาพนักเตะไปใช้ในบริบทนั้น

"ผมรู้ดีมากว่าฮาแลนด์คิดอะไร และบอกได้ว่าเขาชื่นชมเรอัล มาดริดแน่นอน รวมถึงอยากเล่นที่นั่นในอนาคต แต่ฤดูกาลหน้าเขาจะยังอยู่กับแมนเชสเตอร์ ซิตี้" วัตซ์เค่ เริ่มกล่าว

"เออร์ลิง ฮาแลนด์รักเรอัล มาดริดและไม่ได้ปิดบังเรื่องนี้ แต่เขาจะไม่ย้ายในซัมเมอร์นี้ ผมคิดว่าเขาจะไปเล่นที่นั่นในอีก 2 หรือ 3 ปี" อดีตบิ๊กบอส “เสือเหลือง” กล่าวต่อ

ด้าน ฟลอเรนติโน่ เปเรซ ยังยืนยันว่าซัมเมอร์นี้เรอัล มาดริดเตรียมทุ่มราว 150 ล้านยูโรกับนักเตะตำแหน่งมิดฟิลด์ที่เติมเกมรุกได้ และไม่ใช่ฮาแลนด์ ขณะที่ปิเมนต้าก็เคยย้ำว่าบาร์เซโลน่ายังไม่มีการติดต่อใด ๆ และนักเตะมีความสุขมากกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้

ปัจจุบันดาวยิงวัย 25 ปียังมีสัญญากับซิตี้อีก 8 ปี แม้ข่าวโยกย้ายจะหึ่งไม่เลิก แต่คำตอบสุดท้ายว่าฮาแลนด์จะอยู่ล่าตาข่ายในถิ่นเอติฮัดยาว ๆ หรือเลือกเส้นทางใหม่ คงต้องปล่อยให้เวลาเป็นคนเฉลย

7

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เดินเครื่องลุยตลาดซัมเมอร์แบบไม่รอใคร หลังมีรายงานว่าพวกเขากำลังจับตา มาร์ก กาซาโด้ ห้องเครื่องดาวรุ่งของบาร์เซโลน่า เป็นอีกหนึ่งทางเลือกเสริมแดนกลางให้ ไมเคิ่ล คาร์ริค

ช่วงซัมเมอร์นี้ “ปีศาจแดง” ถูกคาดหมายว่าจะขยับหนักเป็นพิเศษ เพราะทีมกำลังเตรียมตัวกลับไปเล่นยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก และคาร์ริคต้องการเติมขุมกำลังให้แน่นขึ้น โดยสโมสรมีความคืบหน้าไปแล้วกับดีล เอแดร์ซอน จากอตาลันต้า

นอกจากนั้น แมนฯ ยูไนเต็ด ยังให้ความสนใจ เอลเลียต แอนเดอร์สัน ของน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ซึ่งมีแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ร่วมวงล่าด้วย ขณะที่อีกชื่อคือ มาเตอุส เฟร์นันเดส แข้งทีมชาติโปรตุเกสของเวสต์แฮม ซึ่งกลายเป็นเป้าหมายที่น่าสนใจหลัง “ขุนค้อน” ตกชั้นสู่แชมเปี้ยนชิพ

อย่างไรก็ตาม กาซาโด้ถูกมองว่าเป็นตัวเลือกที่เอื้อมถึงง่ายกว่า โดยสื่อสเปนระบุว่า แมนฯ ยูไนเต็ด รวมถึงหลายสโมสรในสเปนอย่างแอตเลติโก มาดริด และทีมจากตะวันออกกลาง ต่างกำลังเหล่ดาวเตะทีมชาติสเปนวัย 22 ปีรายนี้อยู่

กาซาโด้เคยปัดความสนใจจากเชลซีเมื่อซัมเมอร์ก่อน เพื่ออยู่สู้แย่งตำแหน่งกับบาร์เซโลน่าต่อ แต่หลังจากได้โอกาสลงสนามไม่มากนักภายใต้การคุมทีมของ ฮันซี่ ฟลิค เจ้าตัวเริ่มมองหาทางย้ายออกจากถิ่น “เจ้าบุญทุ่ม”

จุดที่ทำให้ดีลนี้น่าสนใจยิ่งขึ้นคือเรื่องราคา เฟร์นันเดสถูกประเมินค่าตัวไว้ราว 80 ล้านปอนด์ ขณะที่กาซาโด้ยังเหลือสัญญาอีก 2 ปี และอาจถูกคว้าตัวได้ในราคาต่ำกว่าครึ่งหนึ่งของตัวเลขดังกล่าว ทำให้ “ผีแดง” มีลุ้นปิดดีลแบบคุ้มกว่าหากเดินหน้าจริง

8

รูเบน อโมริม อาจได้กลับมาเจอหน้า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เร็วกว่าที่คิด หลังมีรายงานว่า เอซี มิลาน ใกล้แต่งตั้งอดีตเฮดโค้ช “ปีศาจแดง” เข้ามารับงานคุมทีม หลังเจ้าตัวว่างงานตั้งแต่โดนปลดเมื่อเดือนมกราคม

ประเด็นที่ทำให้เรื่องนี้น่าสนใจขึ้นไปอีก คือ แมนฯ ยูไนเต็ด มีคิวปิดท้ายทัวร์ปรีซีซั่นช่วงซัมเมอร์ด้วยเกมอุ่นเครื่องพบ “ปีศาจแดง-ดำ” ที่ทาร์ชินสกี้ อารีน่า เมืองวรอตซวาฟ ประเทศโปแลนด์ ซึ่งหมายความว่า อโมริมอาจได้รีแมตช์กับทีมเก่าแบบไวทันใจ

กุนซือโปรตุกีสถูก ยูไนเต็ด เด้งพ้นตำแหน่งเมื่อเดือนมกราคม ท่ามกลางกระแสความตึงเครียดกับบอร์ดบริหาร โดยหลังเกมพบ ลีดส์ ยูไนเต็ด เขาเคยออกมาพูดผ่านสื่อในเชิงตั้งคำถามถึงกลุ่มผู้มีอำนาจตัดสินใจของสโมสร พร้อมบอกเป็นนัยว่าคนอื่นควรโฟกัสกับงานของตัวเอง

ไม่ถึง 24 ชั่วโมงหลังการแถลงข่าวครั้งนั้น อโมริมก็โดนปลดทันที ก่อนที่ ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์ จะขัดตาทัพ 2 นัด และ ไมเคิล คาร์ริค ถูกแต่งตั้งให้คุมทีมจนจบฤดูกาล

คาร์ริคทำผลงานเข้าฝักอย่างแรง โดยเก็บแต้มได้มากกว่าผู้จัดการทีมพรีเมียร์ลีกทุกคนในช่วงที่เขารับงาน และพา “ผีแดง” การันตีตั๋ว ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ฤดูกาลหน้าได้ก่อนจบซีซั่น 3 นัด

สำหรับ อโมริม ถูกดึงมาจาก สปอร์ติง ลิสบอน เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2024 แต่กลับคุมทีมผ่านฤดูกาลที่เลวร้ายที่สุดของ ยูไนเต็ด ในรอบ 51 ปี แถมยังพ่าย ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ในนัดชิงยูโรป้าลีกด้วย

ในพรีเมียร์ลีก ตัวเลขของเขายิ่งชวนปวดหัว ทั้งอัตราชนะต่ำสุดในประวัติศาสตร์กุนซือ ยูไนเต็ด ที่ 32 เปอร์เซ็นต์, เสียประตูเฉลี่ยต่อเกมแย่สุด 1.53 ลูก และเก็บคลีนชีตต่ำสุดเพียง 15 เปอร์เซ็นต์

ช่วงปรีซีซั่นซัมเมอร์นี้ แมนฯ ยูไนเต็ด จะอุ่นเครื่องกับ เร็กซ์แฮม, โรเซนบอร์ก, แอตเลติโก มาดริด, ปารีส แซงต์-แชร์กแมง, ลีดส์ ยูไนเต็ด และ เอซี มิลาน โดยสโมสรเลือกอยู่ในยุโรปทั้งหมด เพื่อลดภาระการเดินทางไกลของนักเตะ หลังทัวร์ต่างทวีปเคยโกยรายได้เชิงพาณิชย์อย่างมหาศาลมาตลอดหลายปี

9

เซอร์ จิม แรตคลิฟฟ์ เจอวันศุกร์สุดเซ็ง หลังแผนขาย นีซ สโมสรในลีกเอิงที่เขาถือหุ้นใหญ่ผ่านกลุ่มอินีออส ต้องล่มแบบกะทันหัน ทั้งที่การเจรจากับกลุ่มทุนจากสหรัฐฯ เคยเดินหน้าไปไกลแล้ว

มหาเศรษฐีเจ้าของร่วม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตั้งเส้นตายชัดเจนว่าต้องปิดดีลให้ได้ภายในวันที่ 15 มิถุนายน หลัง นีซ เพิ่งรอดตกชั้นแบบหวุดหวิดในวันสุดท้ายของฤดูกาล แต่รายงานจากฝรั่งเศสระบุว่าข้อตกลงดังกล่าวพังลงเรียบร้อย

กลุ่มผู้ซื้อว่าที่รายใหม่ถึงขั้นเดินทางไปเยี่ยมศูนย์ฝึกซ้อมของ นีซ แล้ว ทว่าช่วงโค้งสุดท้ายกลับไม่สามารถยื่นหลักประกันทางการเงิน รวมถึงคำมั่นด้านเสถียรภาพทางกีฬาได้ตามที่ต้องการ ทำให้ดีลนี้จบเห่ไปแบบน่าเสียดาย

แรตคลิฟฟ์ ซื้อสโมสรดังแดนน้ำหอมผ่านอินีออสเมื่อปี 2019 แต่หลังเข้าไปลงทุนกับ “ปีศาจแดง” ช่วงปลายปี 2023 เจ้าตัวก็ดูห่างเหินจากโปรเจกต์ที่ฝรั่งเศสมากขึ้นเรื่อย ๆ จนแฟนบอล นีซ เริ่มไม่สบายใจกับทิศทางของสโมสร

"ผมไม่ได้สนุกเป็นพิเศษกับการไปดู นีซ เพราะพวกเขามีนักเตะที่ดีอยู่บ้าง แต่ระดับฟุตบอลยังไม่สูงพอที่จะทำให้ผมตื่นเต้น" แรตคลิฟฟ์ เริ่มกล่าวเมื่อปีก่อน

แม้เจ้าตัวจะยอมหั่นราคาขายลงเพื่อเร่งปิดดีล แต่สถานการณ์ตอนนี้ทำให้มีโอกาสสูงที่ นีซ จะยังอยู่ภายใต้การดูแลของอินีออสต่อไปเมื่อฤดูกาล 2026/27 เปิดฉาก ขณะที่เรื่องในสนามก็ยังต้องสะสาง หลังซีซั่นก่อนเกือบรูดลงไปหนีตายเต็มตัว

ด้านตำแหน่งกุนซือ โคล้ด ปูแอล ที่เข้ามาคุมชั่วคราวเมื่อฤดูกาลก่อน ยังดูไม่น่าจะได้งานถาวร ส่วน เลียม โรซีเนียร์ ที่ นีซ เคยทาบทาม ก็ไม่พร้อมรับงานนี้ เพราะต้องการพักจากฟุตบอลแบบจริงจัง ทำให้โปรเจกต์ของ แรตคลิฟฟ์ ยังเจอโจทย์หนักทั้งเรื่องเจ้าของและทิศทางทีม

10

โนนี่ มาดูเอเก้ ถูกแฟนบอลอังกฤษยกให้เป็นตัวแปรลับที่อาจช่วยให้ทีมชาติอังกฤษไปได้ไกลในฟุตบอลโลก หลังเริ่มมีกระแสเชื่อว่าแนวรุกของ อาร์เซน่อล มีคุณสมบัติสร้างความวุ่นวายให้คู่แข่งได้แบบคาดไม่ถึง

ประเด็นดังกล่าวเกิดขึ้นจากความเห็นของแฟนบอลรายหนึ่งที่มองว่า จุดอ่อนของทัพ "สิงโตคำราม" อาจไม่ได้อยู่ที่การขาดเพลย์เมคเกอร์สร้างสรรค์เกมอย่างที่หลายคนกังวล เพราะ แฮร์รี่ เคน สามารถถอยลงมาทำหน้าที่เชื่อมเกมและจ่ายบอลได้ยอดเยี่ยมอยู่แล้ว

แฟนบอลรายนี้มองว่า เคน มีคุณภาพการผ่านบอลในระดับที่แนวรับคู่แข่งรับมือยาก เพราะตามตำแหน่งเขาควรยืนเป็นหัวหอก แต่กลับถอยมาปั้นเกมจนทำให้กองหลังสับสน หาก จู๊ด เบลลิ่งแฮม, โรเจอร์ส หรือผู้เล่นริมเส้นเติมเข้าไปแทนพื้นที่ในกรอบเขตโทษ อังกฤษก็มีโอกาสเจาะเกมรับคู่แข่งได้หลายครั้งต่อเกม

"ผมคิดว่าในตัว เคน เรามีมิดฟิลด์สร้างสรรค์เกมที่ดีกว่าเพลย์เมคเกอร์หลายคนเสียอีก การจ่ายบอลของเขามันเหลือเชื่อ กองหลังไม่รู้จะรับมือยังไง เพราะเขาควรจะอยู่ข้างหน้า แต่กลับไม่ได้อยู่ตรงนั้น" แฟนบอลรายดังกล่าว เริ่มกล่าว

ขณะเดียวกัน มาดูเอเก้ ถูกมองว่าเป็นไพ่เด็ดจากม้านั่งสำรอง โดยเฉพาะเมื่อเจอกับทีมใหญ่ที่เปิดพื้นที่มากกว่า เพราะความเร็วและการลากเลื้อยของเขาสามารถป่วนแนวรับคู่แข่งได้ แม้จะยังมีความเสี่ยงเรื่องเสียบอลง่ายก็ตาม

"ผมยังคิดว่า มาดูเอเก้ คือไวลด์การ์ดที่ทีมเก่ง ๆ ซึ่งเล่นเปิดมากกว่าอาจรับมือยาก น่าจะเป็นตอนลงจากม้านั่งสำรอง ใช่ เขาอาจทำพังได้ แต่เขาก็จะสร้างความโกลาหลได้เหมือนกัน" แฟนบอลรายเดิม กล่าวต่อ

แม้ยังไม่มองว่าอังกฤษเป็นเต็งแชมป์ แต่เสียงเชียร์เริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้ง และหาก มาดูเอเก้ โชว์ของได้ถูกจังหวะ บวกกับ เคน ที่รับบททั้งยิงทั้งปั้น ทัพ "สิงโตคำราม" ก็อาจมีลุ้นฝากแผลให้ทีมใหญ่สักทีมในเส้นทางฟุตบอลโลกหนนี้

11

เอซี มิลาน ยังเดินหน้าแคสติ้งเก้าอี้กุนซือคนใหม่แบบเข้มข้น ล่าสุด เจอร์รี่ คาร์ดินาเล่ และ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช มีรายงานว่าได้นัดพบกับ มัทธิอัส ไยส์เล่อ ที่ลอนดอน เพื่อพูดคุยถึงโอกาสเข้ามาคุมทัพ "ปีศาจแดง-ดำ"

ประเด็นสำคัญอยู่ที่ความรู้สึกและเคมีระหว่างกัน โดยรายงานระบุว่า อิบราฮิโมวิชไม่ได้คลิกกับ ราล์ฟ รังนิก ตั้งแต่แรก แต่กับ ไยส์เล่อ ภาพออกมาต่างกันชัดเจน หลังจากการติดต่อเชิงสำรวจรอบแรกทำให้ที่ปรึกษาอาวุโสของ RedBird ประทับใจแนวคิดของกุนซือเยอรมันวัย 1988 รายนี้

ฝั่ง ไยส์เล่อ เองก็แบะท่าชัดว่าอยากคว้าโอกาสครั้งใหญ่ โดยพร้อมสละค่าเหนื่อยก้อนโตส่วนใหญ่จากสัญญา 11 ล้านยูโร เพื่อขยับมาคุมสโมสรระดับบิ๊กอย่าง มิลาน

อย่างไรก็ตาม อุปสรรคใหญ่ของดีลนี้คือค่าฉีกสัญญา 6 ล้านยูโร ที่ต้องจ่ายให้สโมสรซาอุดีอาระเบียต้นสังกัดของเขา ซึ่งคาร์ดินาเล่ไม่ได้ปลื้มกับไอเดียที่ต้องควักเงินเพิ่มเพื่อดึงตัวกุนซือรายนี้เท่าไรนัก

ในฉากหลังยังมี รูเบน อโมริม อดีตแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นอีกชื่อที่ถูกจับตา แต่กระแสตอนนี้ไม่ได้ดูบวกเท่ากับกรณีของ ไยส์เล่อ ขณะที่ โอลิเวอร์ กลาสเนอร์ ยังรอคำตอบแบบเป็นทางการจาก มิลาน หลังมีการตกลงเบื้องต้นไว้แล้วเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาในสัญญา 2 ปี ค่าเหนื่อย 3.5 ล้านยูโรต่อฤดูกาล พร้อมออปชั่นขยายเพิ่มอีก 1 ปี

แหล่งข่าวใกล้ชิดกุนซือออสเตรียเริ่มกังวลกับสถานการณ์ หลังเคยเกิดความวุ่นวายในแฟ้มดีลรังนิกมาแล้ว โดยความอดทนของอดีตนายใหญ่ "ปราสาทแก้ว" คงไม่ยืดไปตลอด และภายใน 24-28 ชั่วโมงข้างหน้า มิลานเตรียมเคาะคำตอบสุดท้ายว่าใครจะได้เข้ามานั่งเก้าอี้ร้อนในถิ่นซาน ซิโร่

12

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ใกล้ได้แข้งใหม่รายแรกของซัมเมอร์ หลังตกลงดีล เอแดร์ซอน ได้แล้ว แต่ในอีกมุมหนึ่งดูเหมือนว่า “ปีศาจแดง” จะต้องพับแผนล่าเป้าหมายเบอร์ต้นอย่าง เอลเลียต แอนเดอร์สัน ไปก่อน

สาเหตุสำคัญมาจาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กระโดดร่วมวงด้วยข้อเสนอมหึมา 120 ล้านปอนด์ ทำให้ค่าตัวของแข้งวัย 23 ปีพุ่งเกินเพดานที่ ยูไนเต็ด พร้อมสู้ อีกทั้งตัวนักเตะเองก็มีใจเอนเอียงไปทางถิ่นเอติฮัดมากกว่า ทำให้ดีลนี้แทบไม่อยู่ในเรดาร์ของทีมในเวลานี้

เมื่อเส้นทางของ แอนเดอร์สัน เริ่มตัน แมนฯ ยูไนเต็ด จึงหันไปโฟกัสที่ มาเตอุส แฟร์นันเดส ของ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด มากขึ้น โดยแม้ “ขุนค้อน” จะตั้งค่าตัวไว้สูงถึง 85 ล้านปอนด์ แต่ฝั่งโอลด์ แทร็ฟฟอร์ดไม่ได้มองว่าตัวเลขดังกล่าวคือราคาสุดท้ายของการเจรจา

ยูไนเต็ดไม่คิดจะทุ่มถึงระดับนั้นเพื่อปิดดีล แฟร์นันเดส แต่เชื่อว่ายังมีช่องให้หาจุดลงตัวได้ โดยเฉพาะหากนักเตะแสดงท่าทีชัดเจนว่าต้องการย้ายมาสวมเสื้อ “ผีแดง” ในซัมเมอร์นี้

นอกจาก แฟร์นันเดส แล้ว อเล็กซ์ สก็อตต์ และ คาร์ลอส บาเลบา ก็ยังเป็นชื่อที่สโมสรชื่นชอบ ขณะที่ข่าวกับ ซานโดร โตนาลี เริ่มเงียบลงไปแล้ว โดย นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ไม่มีความจำเป็นต้องขาย หลังโกยเงิน 69 ล้านปอนด์จากดีล แอนโธนี่ กอร์ดอน

ขณะเดียวกัน ยูไนเต็ด ยังมองหาแบ็กซ้ายระยะยาวเพื่อสืบทอดตำแหน่งของ ลุค ชอว์ โดย ลูอิส ฮอลล์ เป็นหนึ่งในชื่อที่ถูกจับตา ส่วนตำแหน่งกองหน้า สโมสรมีแผนดึงตัวสำรองประสบการณ์สูงเข้ามาช่วย เบนยามิน เชชโก้ หาก โจชัว เซิร์กซี ย้ายออก แต่ไม่ใช่โปรไฟล์ระดับ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้

สถานการณ์โดยรวมยังไม่ถึงขั้นต้องแตกตื่น เพราะตลาดซื้อขายเพิ่งเริ่มต้น และทีมของ ไมเคิล คาร์ริค ยังมีงานต้องเดินหน้าอีกหลายจุด หลังดีล เอแดร์ซอน ขยับเข้าใกล้คำว่าเสร็จสิ้นเต็มที

13

อนาคตของ มาร์คัส แรชฟอร์ด กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังลอยเคว้งต่อไป หลังมีรายงานว่า เชลซี พร้อมขยับล่าตัวดาวเตะทีมชาติอังกฤษรายนี้ แต่เงื่อนไขเดียวที่ “สิงห์บลูส์” สนใจคือการยืมตัวเท่านั้น

สถานการณ์ของ แรชฟอร์ด ซับซ้อนขึ้นเมื่อ บาร์เซโลน่า มีออปชั่นซื้อขาด 26 ล้านปอนด์ หลังยืมตัวไปใช้งาน แต่ “เจ้าบุญทุ่ม” มีเวลาถึงวันที่ 15 มิถุนายนในการใช้ออปชั่นดังกล่าว และถูกอ้างว่าอยากยื่นแค่ 13 ล้านปอนด์ หรือครึ่งหนึ่งของค่าฉีกเงื่อนไข ซึ่งเป็นตัวเลขที่ “ปีศาจแดง” ไม่น่าจะรับฟังง่าย ๆ

ฝั่ง บาร์ซ่า เองถูกระบุว่ายังยินดีดึง แรชฟอร์ด กลับไปแบบยืมตัวอีกหนึ่งฤดูกาล ขณะที่ เชลซี ก็มีแนวคิดแบบเดียวกัน ทำให้ดีลนี้ยังไม่มีท่าทีว่าจะปิดดีลถาวรได้ในเร็ว ๆ นี้ โดยเฉพาะหลังทีมจากคาตาลันเพิ่งคว้า แอนโธนี่ กอร์ดอน จาก นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ซึ่งเล่นในตำแหน่งใกล้เคียงกันเข้ามาแล้ว

เวส บราวน์ อดีตกองหลัง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มองว่าสถานการณ์นี้อาจไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับ แรชฟอร์ด แต่ทุกอย่างยังต้องรอดูท่าทีของนักเตะและสโมสร

"ฟังนะ พอคุณมาถึงอายุระดับนั้น อะไร ๆ ก็เกิดขึ้นได้ในฟุตบอล มีการพูดคุยกัน คนอาจคิดอย่างหนึ่งทั้งที่ไม่รู้ความจริงว่าเกิดอะไรขึ้น หรือมีการพูดอะไรกันไว้ มันขึ้นอยู่กับสิ่งที่เคยพูดกันมาก่อนและสิ่งที่กำลังพูดกันตอนนี้ บางครั้งมันอาจเป็นเรื่องที่ทั้งสองฝ่ายเห็นตรงกันก็ได้ เราต้องรอดูว่าจะเกิดอะไรขึ้น" บราวน์ เริ่มกล่าว

อดีตแข้ง “ผีแดง” ยังยอมรับว่าการที่ บาร์เซโลน่า ไปคว้า กอร์ดอน น่าจะทำให้ แรชฟอร์ด อึ้งไม่น้อย เพราะก่อนหน้านั้นดูเหมือนมีดีลรออยู่สำหรับเขา โดยตอนนี้เจ้าตัวยังเหลือสัญญากับ ยูไนเต็ด อีก 1 ปี และมี ไมเคิ่ล คาร์ริค เป็นกุนซือคนใหม่ที่น่าจะได้คุยกับนักเตะโดยตรง

"ผมคิดว่า แรชฟอร์ด คงรู้สึกว่าการกลับไป ยูไนเต็ด อาจไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้อง เขาคงพยายามไปที่อื่น แต่ไม่ว่าทางไหน ทุกคนต้องยอมรับ ตราบใดที่เป็นไปตามเงื่อนไขของผู้จัดการทีม นั่นคือเรื่องสำคัญ" บราวน์ กล่าวเสริม

แม้ บาเยิร์น มิวนิค จะถูกโยงเข้ามาในเรดาร์ด้วย แต่บทสรุปของ เสี่ยแรช ยังเปิดกว้างเต็มที่ หากกลับถิ่น โอลด์ แทรฟฟอร์ด จริง เขาคงไม่อยากนั่งสำรอง และต้องพิสูจน์ตัวเองเพื่อแย่งตำแหน่งอีกครั้งในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

14

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เตรียมเปิดฉากยื่นข้อเสนอแรกเพื่อคว้าตัว มาเตอุส แฟร์นันเดส กองกลางเวสต์แฮม ยูไนเต็ด โดยแข้งวัย 21 ปีถูกมองเป็นเป้าหมายลำดับต้น ๆ สำหรับการเสริมแดนกลางช่วงซัมเมอร์นี้

อย่างไรก็ตาม ดีลนี้ไม่ใช่งานง่าย เพราะเวสต์แฮมประเมินค่าตัว แฟร์นันเดส ไว้ราว 80 ล้านปอนด์ และยังไม่มีความจำเป็นต้องรีบร้อนขายนักเตะออกจากทีม แม้ “ขุนค้อน” จะตกชั้นจากพรีเมียร์ลีกก็ตาม

ฝั่ง “ปีศาจแดง” ไม่น่าพร้อมทุ่มตามราคาดังกล่าวเต็ม ๆ ทำให้ทั้งสองสโมสรต้องหาจุดลงตัวกันให้ได้ หากดีลจะเดินหน้าต่อไป หลังเวสต์แฮมเพิ่งคว้าตัวดาวรุ่งรายนี้จากเซาแธมป์ตันเมื่อซัมเมอร์ก่อน ด้วยค่าตัวเบื้องต้น 38 ล้านปอนด์

ภายในเวสต์แฮมยังเชื่อว่า แฟร์นันเดส เป็นหนึ่งในดาวรุ่งที่ดีที่สุดของพรีเมียร์ลีกฤดูกาลที่ผ่านมา และมีศักยภาพพัฒนาไปถึงระดับ เดแคลน ไรซ์ ซึ่งเคยถูกขายให้อาร์เซน่อลด้วยค่าตัว 105 ล้านปอนด์ เมื่อปี 2023

“ผมไม่แปลกใจเลยที่สถิติการเข้าปะทะของเขาสูงมาก ทั้งจากการคุยกับเขาและการได้เฝ้าดูเขา ผมเห็นชัดว่านั่นจะเป็นจุดเด่นในเกมของเขา และเป็นจุดแข็งด้วย” ไซม่อน รัสก์ ผู้เคยร่วมงานกับแฟร์นันเดสที่เซาแธมป์ตัน เริ่มกล่าว

นอกจากลูกหนักในการเข้าบอลแล้ว แฟร์นันเดสยังโดดเด่นเรื่องการวิ่งด้วยความเข้มข้นสูง โดยติดท็อป 10 กองกลางพรีเมียร์ลีกด้านระยะทางที่วิ่งได้ในฤดูกาลที่ผ่านมา ทำให้เขายิ่งถูกจับตามองในฐานะห้องเครื่องที่ทั้งไล่บี้และคุมพื้นที่ได้ดี

“ตอนแรกเขาถูกใช้งานเหมือนเบอร์ 10 มากกว่า บทบาทสูงขึ้นไปอีกนิด แต่จากที่ผมคุยกับแม็ตตี้ เขามองตัวเองเป็นกองกลางที่ทำได้รอบด้านมากกว่า เป็นเบอร์ 8 มากกว่า เขาอยากวิ่ง อยากมีส่วนร่วมกับเกมให้มากที่สุด” รัสก์ กล่าวต่อ

เวสต์แฮมเองก็เห็นแนวโน้มนั้นเช่นกัน โดยฤดูกาลล่าสุดใช้งาน แฟร์นันเดส ในบทบาทลูกผสมระหว่างเบอร์ 6 กับเบอร์ 8 เป็นหลัก และแม้สโมสรไม่ปิดโอกาสเก็บเขาไว้ช่วยลุ้นเลื่อนชั้นกลับพรีเมียร์ลีกทันที แต่ความสนใจจากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, อาร์เซน่อล และเปแอสเช ทำให้อนาคตของแข้งรายนี้ยังต้องลุ้นกันยาว

15

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ใช้ถ้อยแถลงเพียง 44 คำในการประกาศอำลา เจดอน ซานโช่ อย่างเป็นทางการเมื่อวันพุธ โดยระบุเพียงว่าเจ้าตัวเคยเป็นส่วนหนึ่งของทีมชุดแชมป์คาราบาวคัพ 2023 และอวยพรให้โชคดีในอนาคต

เรื่องนี้ไม่ได้หมายความว่า "ปีศาจแดง" มีความบาดหมางกับแข้งรายนี้ แต่เมื่อมองจากค่าตัว 73 ล้านปอนด์ พร้อมผลงาน 12 ประตูจาก 83 นัด ซานโช่ยากจะหนีป้ายหนึ่งในดีลที่น่าผิดหวังที่สุดของสโมสรได้จริง ๆ ยูไนเต็ดจ่ายเฉลี่ยราว 6 ล้านปอนด์ต่อหนึ่งประตู โดยยังไม่รวมค่าเหนื่อย 250,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์

ย้อนกลับไปซัมเมอร์ 2021 ซานโช่ย้ายจากโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์มาพร้อมชื่อเสียงระดับท็อป แต่ชีวิตในพรีเมียร์ลีกไม่ได้ง่ายเหมือนบุนเดสลีกา เขาเล่นเชื่อมเกมได้ฉลาดที่เยอรมนี ทว่าความเร็วและความเข้มข้นของลีกอังกฤษทำให้เจ้าตัวเล่นไม่ออก และซีซั่นแรกยิงในลีกได้เพียง 3 ประตู

"เขาเป็นปีกและแนวรุกที่สร้างสรรค์ เล่นบวก เล่นริมเส้นได้ ขยับเข้าไปในพื้นที่ว่างได้ และทำให้แฟนบอลตื่นเต้น เขาดวลตัวต่อตัว สร้างโอกาส ทำงานหนัก และรักฟุตบอล ผมมั่นใจว่ายังมีพรสวรรค์ที่ยังไม่ได้ปล่อยออกมา และสภาพแวดล้อมนี้จะช่วยให้เขาพัฒนาขึ้น" โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เริ่มกล่าวตอนสโมสรคว้าตัวเขา

แต่ภาพนั้นแทบไม่เคยเกิดขึ้นจริงในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด แม้ช่วงต้นปี 2022 จะมีแววคืนฟอร์มจากประตูใส่เซาแธมป์ตัน แอสซิสต์สองลูกเกมเจอลีดส์ และยิงต่อเนื่องใส่แมนเชสเตอร์ ซิตี้กับท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ทว่าอาการป่วยและปัญหาสภาพร่างกายกับจิตใจทำให้เส้นทางสะดุดอีกครั้ง

จุดแตกหักมาถึงในเดือนกันยายน 2023 เมื่อเอริค เทน ฮาก หั่นชื่อเขาออกจากเกมพบอาร์เซน่อล โดยบอกว่าระดับการซ้อมยังไม่พอ ก่อนซานโช่โพสต์โต้กลับว่าเขาซ้อมดีและรู้สึกเหมือนถูกใช้เป็นแพะรับบาปมานาน หลังจากนั้นเขาถูกแยกซ้อมจนถึงตลาดเดือนมกราคม

ซานโช่กลับไปดอร์ทมุนด์และได้ลงเล่นนัดชิงยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ก่อนถูกปล่อยยืมไปเชลซี และต่อด้วยแอสตัน วิลล่า แม้จะคว้าแชมป์คอนเฟอเรนซ์ลีกกับ "สิงห์บลูส์" และยูโรป้าลีกกับ "สิงห์ผยอง" แต่บทบาทในนัดชิงมีเพียง 29 นาทีและ 9 นาทีเท่านั้น

จากวันแรกที่ถูกคาดหวังว่าจะเป็นตัวตัดสินเกมใหญ่ ซานโช่ปิดฉากกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในฐานะดีลราคาแพงที่กลายเป็นบทเรียนชัดเจนสำหรับยุคใหม่ของสโมสร ว่าการทุ่มเงินมหาศาลไม่ได้การันตีว่าจะได้สตาร์ที่ใช่เสมอไป

หน้า: [1] 2 3 ... 847